เราอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำว่า การดื่มเหล้าในปริมาณที่เล็กน้อยและพอเหมาะนั้นดีต่อสุขภาพ และอาจจะดีกว่าการไม่ดื่มเลยด้วยซ้ำ แต่ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่า ข้อสรุปที่เชื่อและเผยแพร่กันมานั้น อาจจะเป็นข้อสรุปที่เกินจริง ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียด

นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตท สหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์ข้อมูลการดื่มแอลกอฮอล์ของชาวอังกฤษ สก็อตแลนด์ และเวลส์ ที่เกิดในปี 1958 และได้เข้าร่วมโครงการศึกษาพัฒนาการของเด็กระยะยาว โดยการศึกษาครั้งนี้ของ University College London ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ของคนที่มีอายุตั้งแต่ 23 ถึง 55 ปี เพื่อนำไปหาความเชื่อมโยงกับสุขภาพกายและจิต

และในกลุ่มประชากรที่นำมาศึกษานี้ มีอยู่ถึง 1 ใน 3 ที่เผยว่าตนเองเป็นคนที่ดื่มเหล้าในปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลางและไม่ค่อยสูบบุหรี่ และสถิติเผยว่า กลุ่มที่ดื่มน้อยและไม่สูบบุหรี่เลยจะมีคุณภาพชีวิตในช่วงวัยกลางคนดีที่สุด ขณะที่กลุ่มอื่นๆได้แก่ กลุ่มที่ดื่มน้อยถึงปานกลางแต่สูบบุหรี่ กลุ่มที่ดื่มหนักและสูบบุหรี่ และกลุ่มที่งดดื่มหรือดื่มน้อยลงเรื่อยๆ มักจะมีปัญหาสุขภาพ

ปริมาณการดื่มเล็กน้อยถึงปานกลางนั้นคือ การดื่มที่ไม่เกิน 14 หน่วยแอลกอฮอล์ เทียบเท่ากับเบียร์ 6 ไพนท์ หรือไวน์แก้วขนาดกลาง 6 แก้ว ต่อสัปดาห์ และจัดว่าเป็นตัวเลขที่กรมอนามัย สหราชอาณาจักรแนะนำ

ที่ผ่านมา สื่อต่างๆมักจะเผยแพร่ข้อมูลว่า การดื่มในปริมาณปานกลางนั้นมีประโยชน์อย่างมาก และสุขภาพอาจจะดีกว่าการที่ไม่ดื่มเลยด้วย แต่ความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยที่รับรองนั้นไม่ได้คิดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเข้าไปร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ดื่มเล็กน้อยถึงปานกลางอาจจะมีปัญหาสุขภาพในช่วงวัยกลางคนได้หากว่าเป็นคนที่สูบบุหรี่มาก่อนหรือยังสูบเป็นครั้งคราว หรือหากไม่ได้ออกกำลังกายหรือเป็นโรคอ้วน ก็อาจมีปัญหาสุขภาพในช่วงวัยกลางคนได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในบรรดากลุ่มที่ไม่ดื่มเลยนั้นที่สื่อได้รายงานไป อาจจะมีบางคนที่เพิ่งจะมีเลิกดื่มในช่วงหลัง ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะยังมีปัญหาสุขภาพกายและจิตที่ไม่ได้ดีขนาดนั้น เมื่อนำมาคิดเหมาะรวมว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ดื่มเลย ข้อมูลอาจจะผิดพลาดได้

"คนที่งดแอลกอฮอล์เองก็มีหลายกลุ่ม บางคนก็เคยดื่มมาก่อนแล้วมาเลิกเพราะดื่มแล้วมีปัญหากับแอลกอฮอล์หรือไม่ก็มีสุขภาพที่แย่ลง คนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มที่งดมาตั้งแต่แรก"

"ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านสาธารณสุขควรจะระวังไม่สรุปอะไรผิดๆ โดยเฉพาะการเรียกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งว่าเป็นผู้ไม่ดื่มแล้วสรุปว่าการไม่ดื่มนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้น เป็นการสรุปที่ไม่ถูกต้องและควรจะมีหลักฐานสนับสนุนมากกว่านี้"

โดยในบรรดาคนวัย 55 ปีในฐานข้อมูลนี้ที่บอกว่าตนเองไม่เคยดื่มเลยในชีวิตนี้ มีราวๆ 1 ใน 5 ที่ยอมรับว่า แท้จริงแล้วในสมัยวัยรุ่นเองก็เคยดื่มเช่นกัน ซึ่ง ที่บอกว่าดื่มน้อยมากนั้นบางครั้งก็เป็นการจำผิดหรือหรือบอกเป็นตัวเลขน้อยกว่าความเป็นจริง และเมื่อมีงานวิจัยสรุปออกมาว่าการไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ ข้อสรุปนั้นอาจจะเกินความจริงไปได้

ทั้งนี้ การดื่มอย่างพอเหมาะนั้นเกี่ยวข้องกับระดับการศึกษาด้วย โดยกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับการศึกษานั้นมักจะเป็นกลุ่มที่ไม่ดื่ม ส่วนคนที่ได้รับการศึกษาในระดับสูง (คิดเมื่ออายุ 23 ปี) มักจะมีโอกาสสูงที่จะเป็นคนดื่มเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่คนกลุ่มนี้มักจะไม่สูบบุหรี่

ทางด้าน ศาสตราจารย์เจนนิเฟอร์ แม็กก์ส แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตท เสริมว่า "เราก็ได้เห็นงานวิจัยออกมาอยู่เรื่อยๆว่า การดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงทำให้เป็นโรคหลายอย่างเช่นโรคมะเร็ง ดังนั้น การจะรายงานเฉพาะด้านดีของการดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมาก พฤติกรรมการดื่มนั้นเกี่ยวข้องกับการศึกษา สุขภาพในช่วงอายุน้อย และแนวทางการใช้ชีวิตรวมถึงการสูบบุหรี่ กล่าวคือ ปัจจัยอื่นๆเหล่านี้อาจจะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างพฤติกรรมการดื่มและสุขภาพในช่วงวัยกลางคนก็เป็นได้"

ส่วนทาง เซอร์ เอียน กิลมอร์ หัวหน้าเครือข่ายแอลกอฮอล์กับสุขภาพ สหราชอาณาจักรก็เผยว่า "การศึกษาครั้งนี้ตอกย้ำว่า ประโยชน์ของการดื่มแอลกอฮอล์อาจจะไม่ได้เยอะอย่างที่คิด ดังนั้น เราควรจะลดความเสียหายเนื่องจากแอลกอฮอล์ด้วยการให้ข้อมูลว่าเราต้องสูญเสียอะไรไปบ้างจากการซื้อแอลกอฮอล์ บังคับให้ใส่ข้อมูลด้านลบลงไปในฉลากแอลกอฮอล์ เป็นต้น"

อ้างอิง: Penn State. (2017, May 24). Health benefits of moderate drinking may be overstated, study finds. ScienceDaily. Retrieved May 28, 2017 from www.sciencedaily.com/releases/2017/05/170524131146.htm

งานวิจัย: Jeremy Staff, Jennifer Maggs. Alcohol and Cigarette Use From Ages 23 to 55: Links With Health and Well-Being in the Long-Term National Child Development Study. Journal of Studies on Alcohol and Drugs, 2017; 78 (3): 394 DOI: 10.15288/jsad.2017.78.394