รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง : รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ชื่อผู้ศึกษา : สมยศ ภูเขียว

ปีการศึกษา : 2558

รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 2 (สามัคคีราษฎร์รังสรรค์) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตาบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จานวน 2 ห้อง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาล 2 (สามัคคีราษฎร์รังสรรค์) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตาบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2558 จานวน 19 คน ได้มาด้วยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 8 เล่มแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 10 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จานวน 10 ข้อ วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน โดยใช้สูตร E1/E2 ตามเกณฑ์

มาตรฐาน 80/80 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยใช้เอกสารประกอบการ

เรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยเปรียบเทียบผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการหาค่าร้อยละ

หาค่าเฉลี่ย การทดสอบค่าที (t-test) และวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วย

เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ

พลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า

1. ผลการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริม

สุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า มีประสิทธิภาพ

โดยรวม E1/E2 เท่ากับ 85.58/88.25 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กาหนดไว้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการ

เรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เท่ากับ ( ค่าเฉลี่ย = 26.47, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 2.04)
และก่อนเรียน เท่ากับ(ค่าเฉลี่ย = 12.58, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 3.17) ตามลาดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่าคะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน

หน่วยการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 3 โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( ค่าเฉลี่ย =4.73, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.23)

19 มิ.ย. 2560 15:41
0 ความเห็น
392 อ่าน
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น