ความเข้าใจผิดที่พบได้ในการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์

 เรียน เพื่อนครู - อาจารย์ และนักเรียนนักศึกษาที่ สอน - เรียน วิชาฟิสิกส์ในระดับต่างๆ

กรุณาแสดงความเห็นหรือประสบการณ์ที่ท่านทั้งหลายได้พบมา และนำมาเล่าสู่กันฟัง(อ่าน)ด้วยนะครับ

19 ม.ค. 2555 12:04
501 ความเห็น
459789 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย แขชนะ


เมื่อเอาหลอดกาแฟพลาสติกไปถูกับกระดาษTissue ที่แห้งๆ จะเกิดประจุไฟฟ้าสถิตลบอยู่ที่หลอดกาแฟ และเกิดประจุไฟฟ้าสถิตบวกขึ้นที่กระดาษ Tissue
ลองถามครูและนักเรียนว่า ถ้าขว้างหลอดกาแฟที่มีประจุออกไปในอากาศ จะมีกระแสไฟฟ้าหรือไม่ ทั้งครูและนักเรียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นตอบว่า "ไม่มีกระแสไฟฟ้า"
เพื่อนสมาชิกว่า มีกระแสไฟฟ้าหรือไม่ เพราะอะไร

19 ม.ค. 2555 12:51


ความคิดเห็นที่ 2 โดย นิรันดร์

ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับความเห็นแรกครับ

ผมทำคล้าย ๆ กัน ผมไม่ได้ยกตัวอย่างหลอดกาแฟ
แต่ใช้หวีพลาสติกจากกระเป๋ากางเกง งัดออกมาหวีผม(ก่อนหน้านี้ ก็ต้องล้างหวีและสระผมให้สะอาดหน่อย)
หวีแล้วก็ดูดเศษกระดาษให้ดู เสร็จแล้วก็โยนไปให้ลูกศิษย์
ขณะที่หวีเคลื่อนที่มีกระแสไฟฟ้าไหม

19 ม.ค. 2555 13:00


ความคิดเห็นที่ 3 โดย นิรันดร์

หลายคนคิดว่า ΣF เป็นการรวมแรง ไม่ใช่บวกแรง
เพราะไม่ยอมรับว่าการเขียนลูกศรหางต่อหัว เป็นการบวกอย่างหนึ่ง
หากจะบวกต้องเอาขนาดมาบวกกันเท่านั้น

19 ม.ค. 2555 13:09


ความคิดเห็นที่ 4 โดย แขชนะ

ผมยังไม่ตอบตอนนี้ และผมก็เชื่อว่าอาจารย์นิรันดร์ก็ยังไม่อยากตอบตอนนี้เช่นกัน รอให้เพื่อนสมาชิกเข้ามาร่วมวงสนทนาก่อน
ไฟฟ้ากับแม่เหล็กเป็นเรื่องที่จะต้องไปด้วยกันเสมอ จากคำถามที่ว่า "มีกระแสไฟฟ้าหรือไม่" (ลองดูนิยามเรื่องกระแสไฟฟ้า เว็ปไซต์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังก็ยังเขียนนิยามผิด ต้องดูให้ดี)
หากตอบว่า ไม่มีกระแสไฟฟ้า.... เพราะเหตุใด
ถ้ามีกระแสไฟฟ้า.... เพราะอะไร และถามต่อ หากมีกระแสไฟฟ้า จะมีสนามแม่เหล็กตามมาหรือไม่ (ดูนิยามกฏของแอมแปร์)
ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กตามมา.... เพราะเหตุใด
ถ้ามีสนามแม่เหล็ก ก็แสดงว่าสนามแม่เหล็กเกิดจากกระแสไฟฟ้า



ดังนั้นหากเรามีแท่งแม่เหล็กถาวร ที่มีสนามแม่เหล็กพุ่งออกมา สามารถดูดคลิปหนีบกระดาษที่ทำด้วยเหล็กได้
เมื่อมีสนามแม่เหล็กออกมาจากแท่งแม่เหล็กถาวร ถามว่าภายในแท่งแม่เหล็กถาวร "มีกระแสไฟฟ้าไหม"


หรือถ้าจะถามให้สนุกกว่านี้ ถามว่า โลกของเรามีสนามแม่เหล็กออกมารอบๆ ภายในโลกมีกระแสไฟฟ้าหรือไม่

19 ม.ค. 2555 13:43


ความคิดเห็นที่ 5 โดย นิรันดร์

เอ อย่างนี้ เวลาหมอเอาค้อนเคาะหัวเข่าคนไข้ รอบๆไขสันหลังจะมีสนามแม่เหล็กออกมาด้วยไหม

19 ม.ค. 2555 14:14


ความคิดเห็นที่ 6 โดย แขชนะ

เรื่องนี้มันก็คล้ายๆกับฝูงนกที่ย้ายถิ่นฐาน บินเป็นพันๆไมล์ มันรู้ได้อย่างไรว่าจะบินไปทางไหน เมื่อไม่มี GPS เพียงแต่กระพือปีกตัดกับสนามแม่เหล็กโลก ก็จะรู้ทิศทางได้ เอ...แล้วมันรู้ได้อย่างไร 



ห้ามตอบว่า ไม่รู้เพราะไม่ใช่นก

19 ม.ค. 2555 14:25


ความคิดเห็นที่ 7 โดย Nontapat Wanwieng

 สมการเบอร์นูลลี : บางอย่างที่ถูกละเลยมากที่สุด

    เมื่อกวนน้ำในถังให้หมุนเป็
นวงรอบแกนในแนวดิ่งของถัง ผิวน้ำจะโค้งเป็นรูปพาราโบลาโดยมีจุดตรงกลางที่มีความเร็วน้อยที่สุดเป็นจุดต่ำสุด
ถามว่าหากพิจารณาตามหลักของเบอร์นุลลี เนื่องจากทุกๆ จุดบนผิวของน้ำมีความดันเป็นความดันบรรยากาศเท่ากัน จะได้ว่าจุดที่มีความเร็วน้อยกว่าควรจะอยู่สูงกว่าใช่หรือไม่?

ในการอธิบายการยกตัวของเครื่องบินที่ถูกต้อง จะอธิบายอย่างไรไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
http://en.wikipedia.org/wiki/Equal_transit-time_fallacy#.22Popular.22_explanation_based_on_equal_transit-time

19 ม.ค. 2555 14:49


ความคิดเห็นที่ 8 โดย Nontapat Wanwieng

ลึกจริง - ลึกปรากฏ
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความเข้าใจผิดในการเรียนการสอนฟิสิกส์ครับ  
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,2513.0.html

19 ม.ค. 2555 15:05


ความคิดเห็นที่ 9 โดย Nontapat Wanwieng

ขอลองตอบคำถามของความคิดเห็นที่ 1 และ 4 ครับ ดังนี้
มีกระแสไฟฟ้าเทียบกับพื้น เเต่ไม่มีกระแสเทียบกับหลอด
เพราะในความเข้าใจของผมคือกระเเสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการไหลของประจุผ่านพื้นที่หน้าตัดในช่วงเวลาหนึ่ง ดังนั้นกระเเสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกรอบที่ใช้สังเกต หลอดที่มีประจุเมื่อถูกขว้างไปในอากาศ ประจุจะมีการเคลื่อนที่เทียบกับพื้น แต่จะหยุดนิ่งเมื่อเทียบกับหลอด และผลที่ตามมาคือ เทียบกับหลอดแล้วไม่มีสนามแ
ม่เหล็ก เเต่เทียบกับพื้นจะมีสนามแม่เหล็

19 ม.ค. 2555 15:52


ความคิดเห็นที่ 10 โดย แขชนะ

ขอเสริมความเห็นที่ 7 ด้วยการทดลองครับ


ความเร็วของน้ำที่ห่างจากจุดศูนย์กลาง จะเป็นฟังก์ชั่นยกกำลังสอง หรือพาราโบลา เปรียบเหมือนกับเราเอาไม้บรรทัดมาวางบนโต๊ะราบเรียบ แล้วเอาเหรียญบาทหลายเหรียญวางห่างกันเล็กน้อย จากนั้นให้เอาไม้บรรทัดกระแทกเหรียญบาท โดยปลายไม้บรรทัดข้างหนึ่งเป็นจุดหมุน จะพบว่าเหรียญมีการเคลื่อนที่ด้วยแรงกระแทกที่เป็นฟังก์ชั่นพาราโบลา ดังรูป จะเห็นตำแหน่งเหรียญเรียงกันเป็นแนวพาราโบลา


คราวนี้กลับมาที่เรื่องคนน้ำในความเห็นที่ 7 



ผมเอาเกลือป่นใส่ลงในถ้วยน้ำเกลืออิ่มตัว แล้วกวนแก้วน้ำเกลือในแนวดิ่ง ขณะที่น้ำหมุนวน พิวน้ำจะเป็นรูปโค้ง(พาราโบลา - สังเกตดูรูปที่ผิวน้ำแต่ละช่วงประกอบ) แต่ที่ผมสนใจคือผงเกลือที่ไม่ละลายน้ำเกลืออิ่มตัว ในตอนแรกที่คนจะมีการเคลื่อนที่ฟุ้งกระจายไปทั่วตามแรงคนของไม้คน ต่อมาพอหยุดคน น้ำจะมีการเคลื่อนที่ตามแรงเฉื่อยของน้ำ ตรงกลางมีความเร็วน้อยที่สุด จึงไม่เคลื่อนที่ไปไหน (หมุนรอบตัวเอง) ที่น่าสนใจคือ หลังจากน้ำหยุดหมุนแล้ว เราจะเห็นเกลือไปกองตกตะกอนเป็นแบบพาราโบลา

19 ม.ค. 2555 16:34


ความคิดเห็นที่ 11 โดย นิรันดร์

หากคิดอย่างความเห็นที่ 9
แล้วถามว่าเรามองเห็นเครื่องบินแล่นอยู่ แล้วคนในเครื่องบินมีความเร็วไหม
จะบอกว่ามีความเร็วเทียบกับพื้น หรือไม่มีความเร็วเทียบกับเครื่องบิน

เมื่อเราพูดกับคนที่นั่งหรือยืนในห้องเดียวกับเรา หากไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น
ผมถือว่าต้องเป็นกรอบอ้างอิงเดียวกันกับคนที่ขว้างหลอดหรือหวีออกไป
ไม่น่าจะไปอ้างว่าเทียบกับเหาที่เกาะไปกับหวี

ส่วนน้ำเกลือกับเกลือในความเห็นที่ 10
ที่บ้านผมไม่ต้องเอาเกลือมาละลายน้ำให้เสียเวลา
น้ำประปาที่บ้านมีตะกอนกองที่ก้นถังน้ำทุกวัน

19 ม.ค. 2555 22:51


ความคิดเห็นที่ 12 โดย นิรันดร์

ส่วนในความคิดเห็นที่ 8
ผมก็หงุดหงิดใจกับเรื่องนี้พอสมควร
ไม่ต้องวาดรูปหรือคำนวณให้ยุ่งยาก
เพียงเอาที่ทับกระดาษสี่เหลี่ยมใสใส หรือไปดูน้ำในตู้ปลาหรือสระน้ำ
เราจะเห็นพื้นน้ำก้นสระเบี้ยวเอี้ยวไปจากแนวดิ่งเมื่อมองเอียงอย่างชัดเจน

การให้เด็กมัธยมรู้สูตรที่ซับซ้อนอย่างลิ้งค์นั้นก็คงลำบาก
เพราะเราไม่ได้ต้องการให้เด็กมัธยมรู้ลึกซึ้งมากมายขนาดนั้น
แต่ก็ไม่น่าจะต้องสอนสิ่งผิดๆให้ผู้เรียน
ตำราน่าจะบอกสูตรลึกจริง-ลึกปรากฏ ใช้ได้เฉพาะมองตรงตั้งฉากผิวรอยต่อตัวกลาง
แล้วทำบันทึกแนบบทเรียนว่า ถ้ามองเฉียงใช้ไม่ได้

19 ม.ค. 2555 22:57


ความคิดเห็นที่ 13 โดย Nontapat Wanwieng

ในความคิดเห็นที่ 6
ผมคิดว่า การอพยบของฝูงนกที่ว่านั้น น่าจะเป็นผลมาจากสัญชาตญาณของมันเสียมากกว่า (ซึ่งเป็นผลมาจากพันธุกรรม สัตว์ในสปีชีส์เดียวกันจะทำเหมือนๆ กัน)

ส่วนผงเกลือที่กองเป็นพาราโบลา ผมคิดว่ามันเป็นผลมาจากความดันที่ก้นภาชนะมีค่าเพิ่มขึ้นจากจุดศูนย์กลางออกไป ซึ่งเกิดจากการหมุนวนของน้ำรอบเเกนกึ่งกลาง ทำให้ระดับผิวน้ำเป็นเเนวโค้งพาราโบลา

ในสถานการณ์ที่ผมนำเสนอในความเห็นที่ 7 นั้นเพื่อต้องการเเสดงขอบเขตของการใช้สมการเบอร์นูลลีย์  

  

19 ม.ค. 2555 23:38


ความคิดเห็นที่ 14 โดย แขชนะ


อ้างอิง >>> http://discovermagazine.com/2007/oct/birds-navigate-using-magnetic-compass-vision

20 ม.ค. 2555 00:29


ความคิดเห็นที่ 15 โดย Nontapat Wanwieng

ครับ {#emotions_dlg.d6} ขอบคุณครับ ผมเพิ่งรู้

20 ม.ค. 2555 10:49


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Ouroboros

นักวิทยาศาสตร์ทราบว่านกรับรู้สนามแม่เหล็กโลกได้มานานแล้วแล้ว แต่เพิ่งมาทราบเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ว่า นกรับรู้สนามแม่เหล็กด้วยการมองเห็น
โดยอาศัยโปรตีนที่ชื่อ คริปโตโครม (Cryptochrome) ซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงชนิด rod cell

เมื่อโปรตีนคริปโตโครมได้รับแสงกระตุ้นจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น แต่ภายใต้สนามแม่เหล็ก สถานะกระตุ้นของคริปโตโครมในดวงตาจะไม่เท่ากันทุกบริเวณ ขึ้นอยู่กับทิศทางที่เส้นแรงแม่เหล็กเข้ามากระตุ้น

อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นอย่างไม่สมดุลในบริเวณจอรับภาพจะรบกวนกระแสประสาทที่ส่งไปยังสมอง ทำให้ภาพที่เห็นอาจมีความสว่างเพี้ยนไปจากเดิมในรูปแบบที่สอดคล้องกับทิศ




การมองเห็นสนามแม่เหล็กจะคล้ายๆ แบบนี้ครับ (ภาพจำลอง)



ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็มีคริปโตโครมเช่นกัน เช่น แมลงสามารถรับรู้สนามแม่เหล็กได้แต่ไม่ใช่จากการมองเห็น

ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว มีการค้นพบว่ามนุษย์เองก็มีคริปโตโครมในดวงตาเช่นกัน แถมยังเป็นคริปโตโครมที่สมบูรณ์ดีไม่ใช่บรรพบุรุษโปรตีนที่หดหายไปเพราะเลิกใช้แล้ว

เพียงแต่มนุษย์กลับไม่สามารถมองเห็นสนามแม่เหล็กแบบนกมองเห็นได้ เนื่องจากแม้คริปโตโครมของมนุษย์ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กได้ แต่กระบวนการขั้นถัดๆ ไปที่ส่งสัญญาณไปยังสมองกลับไม่ครบถ้วน เราจึงไม่สามารถรับรู้สนามแม่เหล็กเป็นภาพ

นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า เดิมมนุษย์อาจเคยใช้คริปโตโครมเพื่อการอพยพเช่นกัน แต่ต่อมาไม่ได้ใช้งานจึงมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการรับรู้นามแม่เหล็กไม่ทำงานเหมือนเดิม

และเป็นไปได้ว่า คริปโตโครมที่ยังใช้งานได้อยู่ทุกวันนี้อาจเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ไปทำอย่างอื่น เช่น อาจเกี่ยวข้องกับการปรับนาฬิกาชีวิต (Circadian rhythm) ให้สอดคล้องกับภูมิภาค เป็นต้น

20 ม.ค. 2555 11:52


ความคิดเห็นที่ 17 โดย นิรันดร์

ว้าว มองเห็นสนามแม่เหล็กได้ด้วย
อย่างนี้ต้องร้องเพลง "แสนสุขสมนั่งชมวิหก อยากเป็นนกเหลือเกิน"
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีดีครับ

20 ม.ค. 2555 12:54


ความคิดเห็นที่ 18 โดย Ouroboros

พอเห็นกระทู้นี้แล้วให้มีกระทู้ "ความเข้าใจผิดที่พบได้ในการเรียนการสอนวิชาชีววิทยา" บ้างจัง {#emotions_dlg.q6}

20 ม.ค. 2555 13:40


ความคิดเห็นที่ 19 โดย นิรันดร์

ก็ไม่ยากนี่ครับ คุณอู๋เปิดกระทู้ได้เลยครับ {#emotions_dlg.q6}

20 ม.ค. 2555 14:06


ความคิดเห็นที่ 20 โดย แขชนะ

เห็นโฆษณาในอินเตอร์เน็ต..... ดร.วนิสา สุรพิพิธ  จากสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ แนะนำให้คนไปสูดโอโซน
นี่ขนาด ดร.ทางด้านสิ่งแวดล้อมยังแนะให้คนไปสูดโอโซนกันเลยครับ
ทางชีววิทยาเขาสอนกันแบบนี้หรือครับ เห็นมีแต่คนนิยมไปสูดโอโซนกัน


20 ม.ค. 2555 14:48

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น