ของดีที่เมืองไทย

มาคุยกันด้วยเรื่องสบาย ๆ ใจ

ขอเริ่มด้วยภาพนี้ครับ
เป็นภาพถ้วยรางวัลระดับแชมป์โลกฝีมือคนไทย
ทราบไหมครับว่าเป็นรางวัลอะไร

13 ก.ย. 2551 22:16
407 ความเห็น
293310 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย นิรันดร์

ดูที่ตัวอักษรบนถ้วยรางวัล

14 ก.ย. 2551 16:19


ความคิดเห็นที่ 2 โดย KNowarp

ตัวหนังสือไม่ค่อยชัด อ่านไม่ได้ สงสัยเราจะแก่เสียแล้วหนอ ยังเข้าใจผิดว่าตัวเองยังไม่แก่อยู่เลย {#emotions_dlg.d8}{#emotions_dlg.d8}

14 ก.ย. 2551 17:44


ความคิดเห็นที่ 3 โดย jumo

WORLD FESTIVAL OF...

อ่านเท่าที่ได้ครับ

14 ก.ย. 2551 18:09


ความคิดเห็นที่ 4 โดย นิรันดร์

แหม พี่น้องครับ
ถ้าเห็นชัดหมดก็ไม่ต้องทายสิครับ
14 ก.ย. 2551 22:28


ความคิดเห็นที่ 5 โดย คนๆนึง

แกะยากมากเลยค่ะ เอาเท่าที่ได้แล้วกันนะคะ ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่าด้วย
World festival of puppet art prague 2008 the best tradition per....
ใครซักคนช่วยมาแกะต่อทีนะ....

14 ก.ย. 2551 23:11


ความคิดเห็นที่ 6 โดย แขชนะ

มันเกี่ยวข้องกับรูปนี้หรือเปล่าครับ


69161
14 ก.ย. 2551 23:34


ความคิดเห็นที่ 7 โดย นิรันดร์

ถูกต้องแล้วครับ ดร.แขชนะ ผมเชื่อว่าดร.แขชนะจำบุพการีทั้งสองของผมได้เป็นอย่างดี ภาพที่ 6 ถ่ายเมื่อ 10 ธันวาคม 2550 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของคุณแม่ผม ผมฉลองวันเกิดให้ท่านด้วยพาแม่(พ่อถือโอกาสตามไปด้วย ) ไปชมหุ่นละครเล็ก ที่สวนลุมไนท์บาร์ซ่า คุณพ่อของผมท่านยืนบังถ้วยรางวัลไว้พอดี สังเกตตรงคอของท่าน จะเห็นถ้วยโผล่มานิดหนึ่ง

หลานนัทคงเห็นหน้าตาคุณทวดแล้วนะ

15 ก.ย. 2551 00:40


ความคิดเห็นที่ 8 โดย นิรันดร์

ตอนที่ผมเป็นเด็กเล็ก ๆ มีการแสดงหุ่นกระบอกทางโทรทัศน์
แสดงเรื่องพระอภัยมณี
ผมได้เฝ้าติดตามรายการอย่างสม่ำเสมอ
พอมาเรียนหนังสือ ได้อ่านเรื่องราวของพระอภัยมณีก็รู้สึกชวนติดตาม
และหาฉบับเต็มมาอ่าน
ศิลปะไทยอีกอย่างที่ผมชื่นชอบก็คือโขน แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ชม
เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงสมัยที่ผมเป็นเด็ก(และเป็นผู้ใหญ่)

เมื่อได้ยินเรื่องราวของหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ ก็รู้สึกสนใจ
แล้วก็กำลังทรัพย์พอเอื้ออำนวยด้วยว่าลูกคนโตเรียนจบ ได้
งานดี รายได้ดีหลายสิบเท่าของตอนที่ผมเลี้ยงเขา
จึงได้หาโอกาสที่จะไปชม และก็อยากปลูกฝังให้ลูกรักในศิลปะของชาติ
ก็พาพวกเขาไปดูด้วย พร้อมปู่ ย่า ยาย(คุณตาเสียไปตั้งแต่ผมยังไม่แต่งงาน)

15 ก.ย. 2551 11:03


ความคิดเห็นที่ 9 โดย นิรันดร์

หุ่นที่เห็นในภาพที่ 6 และ 8 เป็นสองตัวเดียวกันคือหนุมานและนางเบญจกาย
เป็นตอนนางลอย คือเมื่อพระรามจองถนนข้ามสมุทรเพื่อไปชิงนางสีดาคืน(ก็แปลกดีนะ ไม่เรียกว่านางสาวสีดา )
เบญจกายผู้เป็นลูกพื่ลูกน้องของนางสีดา แปลงร่างให้เหมือนนางสีดาก็คงไม่ยากกระไร
แสร้งทำเป็นตายลอยทวนน้ำมายังทัพของพระราม
หนุมานเอาร่างของเบญจกายในรูปของสีดาขึ้นเผา เบญจกายก็คืนร่างเป็นนางยักษ์
แต่ก็แปลกที่ไม่เรียกสีดาว่านางยักษ์
สีดาเป็นลูกทศกัณฑ์ ส่วนเบญจกายเป็นลูกพิเภก ซึ่งพ่อของทั้งสองเป็นพี่น้องกัน

15 ก.ย. 2551 11:16


ความคิดเห็นที่ 10 โดย นิรันดร์

ภาพที่ 8 ถ่ายมาจากงาน ITU ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยที่สุดในโลก
ในซุ้มของประเทศไทย ส่วนของ TOT ได้นำเทคโนโลยีการเชิดหุ่นมาแสดง
ผมเองไม่ได้สนใจเรื่องการสื่อสารหรอกครับ โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ ลูกสาวก็บังคับให้ใช้
พร้อมจ่ายค่าโทรฯให้เสร็จ เพราะหากไม่จ่ายให้ ผมก็จะปล่อยให้เขาตัดสาย
แต่เห็นโฆษณาว่า จะมีการสาธิตหุ่นละครเล็ก ผมก็เลยอดไม่ได้ที่จะต้องตามไปดู
เพราะ เมื่อไปที่นาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก บริเวณสวนลุม เขาจะห้ามถ่ายภาพ
แต่ในงานนี้ ถ่ายได้ตามใจชอบ ก็เลยไปเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ให้คลายเครียด
จากปัญหาบ้านเมือง

15 ก.ย. 2551 11:45


ความคิดเห็นที่ 11 โดย นิรันดร์

ตอนที่เบญจกายแปลงร่างเป็นสีดาได้สำเร็จก็ชื่นชมในความสามารถของตัวเอง
โดยการรำฉุยฉายเบญจกายแปลง(ไม่ได้ถ่ายรูปมา) แต่ไปค้นมาเติมความจำที่กระท่อนกระแท่นว่า


            ฉุยฉายเอย                                  จะไปไหนนิดเจ้าก็กรีดกราย
เยื้องย่างเจ้าช่างแปลงกาย                     ละเมียดละม้ายสีดานงลักษณ์
ถึงพระรามเห็นทรามวัย                           จะฉงนพระทัยให้อะเหลื่ออะหลัก
            งามนักเอย                                  ใครเห็นพิมพ์พักตร์ก็จะรักจะใคร่
หลับก็จะฝันครั้นตื่นก็จะคิด                  อยากเห็นอีกสักนิดหนึ่งให้ชื่นใจ
งามคมดุจคมศรชัย                                 ถูกนอกทะลุในให้เจ็บอุรา


                แม่ศรีเอย                แม่ศรีรากษสี
แม่แปลงอินทรีย์                      เป็นแม่ศรีสีดา
ทศพักตร์มลักเห็น                  จะตื่นเต้นในวิญญาณ
เหมือนล้อเล่นให้เป็นบ้า        ระอาเจ้าแม่ศรีเอย
                อรชรเอย                อรชรอ้อนแอ้น
เอวขาแขนแมน                     แม้นเหมือนกินนรี
ระทวยนวยนาด                    วิลาสจรลี
ขึ้นปราสาทมณี                     เฝ้าพระปิตุลาเอย

15 ก.ย. 2551 11:49


ความคิดเห็นที่ 12 โดย นิรันดร์

หลังจากที่เบญจกายแปลงร่างลอยมาถึงหน้าพลับพลาที่ประทับของพระราม
ในตอนเช้าพระรามจะไปอาบน้ำก็พบกับร่างสีดา(ปลอม)ลอยน้ำมาดังบทความ
ในกาพย์นางลอย

ดาวเดือนก็เลื่อนลับ       แสงทองพยับโพยมหน
จวบจนพระสุริยนต์        จะเยี่ยมยอดยุคลธร
สมเด็จพระหริวงศ์         ภุชพงษ์ทิพากร
เสด็จลงสรงสาคร         กับองค์พระลักษณ์อนุชา
เสนาพฤฒามาตย์         โดยพระบาทเสด็จครา
เกือบใกล้จะถึงสา-        คเรศวร์ท้าวเคยสรงชล
พระเหลือบเล็งชลาสินธุ์  ในวารินทร์ทะเลวน
ชรอยรูปอสุรกล            อันกลายแกล้งเป็นสีดา
ผวาวิ่งประหวั่นจิต         ไม่ทันคิดก็โศกา
กอดแก้วกณิษฐา          ฤดีดิ้นอยู่แดยัน
พระช้อนเกศขึ้นวางตัก    พิศพักตร์แล้วรับขวัญ
ยิ่งคิดยิ่งกระสันต์          ยิ่งโศกเศร้าในวิญญาณ์
สีดาเอยถึงจะตาย         จะวอดวายพระชนมาย์
จงเอื้อนโอษฐ์ออกเจรจา  จะจากแล้วจงสั่งกัน
เจ้าชายเนตรดูพี่บ้าง      ให้พี่สร่างซึ่งโศกศัลย์....

ท่าทางจะเหมือนเอามาก ๆ ขนาดสามีเห็นยังจำผิดเลย
หรือว่าจากกันนานเสียจนพระรามลืมรูปทรงที่แท้จริงของสีดาไปบ้างก็เป็นได้

15 ก.ย. 2551 12:02


ความคิดเห็นที่ 13 โดย นิรันดร์

หนุมานเป็นคน(เอ้ยลิง)ที่ฉลาด ได้สังเกตเห็นว่าเบญจกายไม่ได้ลอยมาตามน้ำ
แต่ตีกรรเชียงทวนน้ำขึ้นมา ก็เลยเดิมพันด้วยชีวิต ขอเอาร่างสีดาแปลงขึ้นเผา
ผลก็คือสีดาปลอม ทนร้อนไม่ได้ เหาะด้วยฤทธิ์ยักษ์ออกจากกองไฟไป
ภาพ 8 เป็นตอนที่นางแปลงคืนร่างแล้ว หนุมานกำลังตามจับอยู่

เมื่อจับมาได้ พระรามก็ไม่ให้ลงโทษ ด้วยเห็นแก่พ่อของนางที่เป็นโหรใหญ่
ประจำสำนัก(พิเภก) ระหว่างทางที่นำเบญจกายส่งคืนลงกา
หนุมานก็ได้เบญจกายเป็นภริยา ต่อมาก็มีลูกตัวหนึ่ง(หรือตนหนึ่งดี เพราะเป็นครึ่งลิงครึ่งยักษ์ มีลักษณะเป็นลิงคล้ายพ่อมาก แต่ร่ายกายใหญ่โตเหมือนกับยักษ์ ชื่อว่า อสูรผัด)

ที่จริงแล้วสีดา มีพี่ร่วมอุทรอีก 2 ตนคือองคต(มณโท กับพาลี) และอินทรชิต(มณโฑกับทศกัณฑ์)
 สีดาเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้ลักษณะนามว่าเป็นตนหรือตัวหรือคน ด้วยที่มีพ่อเป็นยักษ์คือทศกัณฑ์ และมีแม่เป็นคงคกที่ถูกชุบให้กลายเป็นคนคือมณโฑ)

15 ก.ย. 2551 12:28


ความคิดเห็นที่ 14 โดย นิรันดร์

นอกจากคณะของโจ หลุยส์แล้ว
วิทยาลัยนาฏศิลป์ของกรมศิลปากร ก็ยังเป็นผู้จัดแสดงหุ่นละครเล็กด้วย
และเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับของโจหลุยส์อีกที
ด้วยนักแสดงของคณะโจหลุยส์ล้วนแต่เป็นผู้ที่จบมาจากวิทยาลัยนาฏศิลป์
และต้องหัดเรียนการเต้นโขนมาแล้วเป็นพื้นฐานของการเชิดหุ่น
ในภาพนี้เป็นน้อง ๆ นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ กำลังสาธิตการทำหุ่นละครเล็ก
ทั้งทำเพื่อจัดแสดงและจำหน่าย

15 ก.ย. 2551 12:45


ความคิดเห็นที่ 15 โดย นิรันดร์

อย่างพี่หนุมานนี้ก็ราคาแพงกว่าบ้านผม 1 หลังครับ
แค่ ห้าแสนกว่าบาทเท่านั้นเอง
พอได้ยินราคาแล้วก็ไม่กล้าถามถึงตัวอื่น ๆ อีก
ได้แต่มองทำตาปริบ ๆ เท่านั้น(อ้อ ถ่ายรูปเอาไว้ด้วยครับ)

15 ก.ย. 2551 12:54


ความคิดเห็นที่ 16 โดย KNowarp

โอ้โฮ ทำไม หนุมาน มันราคาแพง จังเลย คงทำปราณีต น่าดู  {#emotions_dlg.s2}


 

15 ก.ย. 2551 16:43


ความคิดเห็นที่ 17 โดย นิรันดร์

ก่อนจะเป็นหุ่นละครเล็ก มีการสาธิตให้เห็นแต่ละส่วนอย่างละเอียด
15 ก.ย. 2551 16:49


ความคิดเห็นที่ 18 โดย นิรันดร์

ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างการชมหุ่นละครเล็กที่นาฏยศาลา สวนลุมฯ กับการสาธิตในงาน ITU ก็คือบรรยากาศและพิธีกรครับ
15 ก.ย. 2551 16:56


ความคิดเห็นที่ 19 โดย นิรันดร์

ทำไมหุ่นถึงได้แพง เป็นความผิดของน้องคนนี้ครับ แกเป็นคนบอกราคาผมมาอย่างนี้
15 ก.ย. 2551 17:00


ความคิดเห็นที่ 20 โดย นิรันดร์

แต่ละมิลลิเมตรที่ประดับตกแต่งลงไป เขาทำด้วยความตั้งใจทุกชิ้น
กว่าหุ่นจะสำเร็จแต่ละตัวแล้วนำไปแสดงได้ ก็กินเวลาหลายเดือน
น้องเขาทำอย่างตั้งใจมาก ๆ แม้เป็นการสาธิต แต่ผมเชื่อว่าคงใช้งานได้จริง
ก็ทำจริง ๆ นั่นแหละครับ แต่เอามาให้ดูด้วย แต่ด้วยมือที่ใช้ไม่ได้ของผม
ถ่ายรูประหว่างที่น้องเขาทำหุ่นออกมา รูปสั่นระรัวไปหมด
ไม่โทษอะไรหรอกครับนอกจากมือตัวเอง

นอกจากความละเอียดทางศิลปะแล้ว ก็ยังมีความละเอียดของกลไก
เพื่อที่จะทำให้หุ่นเคลื่อนไหวได้อย่างสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง

ใครที่มีกำลังทรัพย์ก็ช่วยกันไปดูนะครับ
มิฉนั้น ศิลปะอย่างเอกของโลกอาจจะสูญพันธุ์ไปก็ได้

15 ก.ย. 2551 17:13

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น