|
sweden 
ที่ตั้ง สวีเดนเป็นประเทศที่อยู่ในยุโรปเหนือและเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย อันประกอบด้วยประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน ซึ่งอยู่บริเวณละติคจูดที่ 60 องศา หรือในละติจูดเดียวกับรัฐอลาสกาของสหรัฐอเมริกา สวีเดนยัง ได้ชื่อว่า เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก (Nordic) ซึ่งหมายถึง สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์
ขนาดพื้นที่ 450.000 ตารางกิโลเมตร หรือ 173,731 ตารางไมล์ นับว่าสวีเดนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ในยุโรป ซึ่งเป็นอันดับหลัง รัสเซีย สเปน และฝรั่งเศส หากจะเปรียบเทียบขนาดที่ใกล้เคียงกับประเทศใน แถบเอเซีย ก็นับว่าขนาดใกล้เคียงกับประเทศไทยหรือประเทศญี่ปุ่น หรือเทียบได้เพียงรัฐคาลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
แผนที่
สภาพภูมิอากาศ ฤดูกาลในสวีเดน แบ่งออกเป็น 4 ฤดู ดังนี้
ฤดูหนาว (Winter) เดือนธันวาคม ถึงเดือนมีนาคม อากาศหนาวเย็นมากมีหิมะตก ตอนกลางวันจะสั้นแต่ตอนกลางคืนยาว อุณหภูมิระหว่าง 2 ถึง –7 องศาเซลเซียส แต่สำหรับตอนเหนือสุดของสวีเดน ฤดูหนาวจะยาวนานถึง 8 เดือน
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม อากาศเปลี่ยนแปลงง่าย โดยปกติจะมีฝนตกโปรยปรายและมีแสงแดด อุณหภูมิระหว่างตอนกลางวันและตอนกลางคืนจะแตกต่างกันมาก ประมาณ 5 ถึง 15 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน (Summer) เดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม อากาศอบอุ่น อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป ตอนกลางวันจะยาวกว่า ตอนกลางคืนมาก จนแทบจะไม่มีกลางคืนในช่วงต้นภาคฤดูร้อน คือเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม จึงถือได้ว่าสวีเดนก็เป็นดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืนเช่นกัน
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน อากาศสดชื่นมีแสงแดดในตอนกลางวัน แต่อาจมีภัยพิบัติจากฝน อุณหภูมิระหว่าง 5 ถึง 18 องศาเซลเซียส ส่วนตอนกลางคืนอากาศเย็นสบาย ระบบการศึกษา การศึกษาของสวีเดน รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการศึกษาทุกระดับ และถือว่าเป็นการให้ฟรีแก่ประชาชน ฉะนั้น โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกระดับของสวีเดนจึงเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐเป็นส่วนใหญ่โดยกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์เป็นผู้จัดการศึกษาทุกระดับ ยกเว้นการศึกษาก่อนวัยเรียน สวีเดนจัดการศึกษาภาคบังคับไว้ 9 ปี สำหรับเด็กสวีเดนที่อายุตั้งแต่ 6 ปี หรือ 7 ปีขึ้นไป
ระบบการศึกษาของสวีเดน แบ่งเป็น 4 ระดับใหญ่ ๆ คือ ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
อนุบาลหรือการศึกษาก่อนวันเรียน (Kindergartens / Child Care Centre) การศึกษาก่อนวัยเรียนมิใช่การศึกษาภาคบังคับ พ่อแม่จะส่งเด็กเข้าศูนย์ก่อนวัยเรียนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง แต่รัฐบาลสวีเดนก็ให้ความรับผิดชอบดูแลในเรื่องนี้ด้วย โดยมีพระราชบัญญัติบริการสังคมปี ค.ศ.1980 (พ.ศ.2523) ให้มีผู้รับผิดชอบการศึกษาก่อนวัยเรียน คือ คณะกรรมการสวัสดิการและสุขภาพ แห่งชาติ และการบริหารจังหวัด ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะได้รับเงินงบประมาณจาก เทศบาลและดูแลเด็กฟรีเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียนที่มีอายุ 6 ปีเท่านั้น
ประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี หรือ 7-12 ปี มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระดับย่อยดังนี้ 1. ประถมศึกษาตอนต้น (Primary) รับนักเรียนตั้งแต่อายุ 6 ปี หรือ 7 ปี มีระยะเวลาศึกษา 3 ปี เรียกระดับชั้นเรียนว่าGrade 1 Grade 2 และGrade3 2. ประถมศึกษาตอนปลาย (Upper Primary) เป็นการศึกษาต่อจากระดับประถมศึกษาตอนต้น เป็นระยะเวลาอีก 3 ปีคือ Grade 4 Grade 5 และ Grade 6
มัธยมศึกษา มัธยมศึกษาของสวีเดน แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1. มัธยมศึกษาตอนต้น (Lower Secondary) มีระยะเวลาศึกษา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ Grade 7 ถึง Grade 9 การศึกษาในระดับนี้ยังถือว่าเป็นการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเด็กบางคนอาจเรียนสำเร็จเมื่ออายุครบ 14 ปี หรือเด็กบางคนอาจอายุมากกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเด็กจะเริ่มเข้าโรงเรียนในขณะที่อายุ 6 ปี หรือ 7 ปี เนื่องจากการศึกษาภาคบังคับของสวีเดนกำหนดที่จำนวนปีในการศึกษาเป็น 9 ปี คือ ประถมศึกษาตอนต้นจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ Grade 1 ถึง Grade 9 นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของสวีเดนยังกำหนดจำนวนชั่วโมงที่เรียนในการศึกษาภาคบังคับทั้ง 9 ปี ไว้อย่างน้อย 6,665 ชั่วโมง โดยแยกระยะเวลาเรียนของสาขาวิชาการต่าง ๆ ทั้ง 6 สาขา (ตามที่กล่าวไว้ในวิชาที่เรียนของระดับประถมศึกษา)
2. มัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary) การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่ถือว่าเป็นการศึกษาภาคบังคับเด็กจะศึกษาต่อ หรือไม่ก็ได้ แต่จากสถิติ ของทางการสวีเดน ระบุว่านักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้วประมาณ 95 % จะศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในแต่ละโรงเรียนมีประมาณ 300 – 1,500 คน หรือโดยเฉลี่ยโรงเรียนละ700 คน
การศึกษาระดับนี้มีระยะเวลาศึกษา 3 ปี เรียกระดับชั้นว่า Grade 10,Grade 11และ Grade 12 สวีเดนได้จัดระบบมัธยมศึกษาตอนปลายใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1995/96 เรียกว่า โปรแกรมการเรียนแห่งชาติ (National Program) โดยมีสาขาวิชาต่าง ๆ จำนวน 16 สาขาวิชา แบ่งเป็นสายวิชาการหรือสายสามัญ 2 โปรแกรม และสายวิชาชีพ จำนวน 14 โปรแกรม โดยทุกโปรแกรมต้องเรียนวิชาบังคับของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 8 วิชาได้แก่ ภาษาสวีดิช ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศาสนา พลศึกษา สุนทรียกิจกรรม และนักเรียนก็สามารถเลือกโปรแกรมการเรียนแห่งชาติประเภทวิชาการหรือวิชาชีพ ดังนี้
อุดมศึกษา การศึกษาระดับอุดมศึกษาของสวีเดน แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
1. Undergraduate สวีเดนถือว่าการศึกษาระดับ Undergraduate เป็นปริญญาแรก (First Degree) และแบ่งการศึกษาระดับนี้ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ General degrees มี 3 ระดับ Diploma หรือ Certificate (Hogskoleexamen) เป็นการศึกษาต่อจากระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary) ใช้เวลาศึกษา 2 ปี เมื่อเรียนสำเร็จแล้วจะได้คุณวุฒิเป็น Diploma หรือ Certificate ในสาขาวิชาที่ศึกษา เช่น Musicals, Automatic Data Processing
Bachelor’s degree (Kandidatexamen) เป็นการศึกษาต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary) ใช้เวลาศึกษา 3 ปี เมื่อเรียนสำเร็จแล้วจะได้คุณวุฒิเป็น Bachelor of Arts (B.A.) , Bachelor of Science (B.S.) , Bachelor of Education, Bachelor of Fine Arts
Master’s degree (Magisterexamen) เป็นการศึกษาที่สามารถศึกษาต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลายก็ได้ หรือจะศึกษาต่อหลังจากสำเร็จปริญญาตรีแล้วก็ได้ หากศึกษาต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องใช้เวลาศึกษา 4 ปี หากศึกษาหลังจากสำเร็จปริญญาตรีก็จะใช้เวลาศึกษาเพียง 1 ปี เมื่อเรียนสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับคุณวุฒิเป็น Master of Arts หรือ Master of Science Professional degree เป็นการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งเป็นปริญญาแรก (First degree) ในสายวิชาชีพนั้น ๆ โดยแต่ละสาขาวิชาชีพจะใช้เวลาในการศึกษาแตกต่างกันไป ในบางสาขาอาจใช้เวลาศึกษาเพียง 1 ปี หรือบางสาขาอาจใช้เวลาถึง 5 ปีครึ่ง
Professional degree ในวิชาชีพต่าง ๆ ได้แก่ สาขากฎหมาย สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทย์ การสอน การเกษตร และเทคโนโลยี สำหรับคุณวุฒิที่ได้รับจะเรียกว่า University Diploma หรือ Master of …………เช่น สาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาศึกษา 5½ ปี ได้คุณวุฒิ University Diploma สาขาทันตแพทย์ ใช้เวลาศึกษา 4½ ปี และต้องทำงานในคลีนิคของรัฐบาลอีก 1 ปี รวมเป็น 5½ ปี จึงจะสำเร็จการศึกษาได้คุณวุฒิ University Diploma in Dentistry 2. Graduate เป็นการศึกษาต่อจากระดับ Undergraduate แบ่งเป็น 2 ระดับคือ
Licentiate degree (Licentiatexamen) ใช้เวลาในการศึกษาและทำวิทยานิพนธ์ 2 – 2½ ปี Doctoral degree (Doktorsexamen) ใช้เวลาศึกษาและทำวิทยานิพนธ์เป็นเวลา 4 ปี
ภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสวีเดน เริ่มต้นภาคแรกประมาณกลางเดือนสิงหาคม และสิ้นสุดราวเดือนมิถุนายนของปีถัดไป โดยมีระยะเวลาศึกษาทั้งสิ้น 9 เดือน ช่วงหยุดเรียนเป็นเวลา 3 เดือน ปีการศึกษา แบ่งเป็น 2 ภาคดังนี้
ภาคแรก Autumn Term กลางเดือนสิงหาคม - กลางเดือนมกราคม (4½ เดือน) ภาคที่สอง Spring Term กลางเดือนมกราคม - ต้นเดือนมิถุนายน (4½ เดือน) ปิดภาคการศึกษาต้นเดือนมิถุนายน - กลางเดือนสิงหาคม (2½ เดือน)
ที่พักอาศัย เรื่องที่พักอาศัยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและควรติดต่อจัดหาที่พักก่อนออกเดินทางไปศึกษา นักศึกษาสามารถหาข้อมูลและติดต่อจัดหาที่พักได้จากสถานศึกษาทุกแห่ง เนื่องจาก University หรือ University College ทุกแห่งจะมีหน่วยงานบริการในเรื่องนี้ เรียกว่า The Student Housing Office หากนักศึกษาสามารถติดต่อได้ล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน ก็จะทำให้จัดหาที่พักในประเภทที่ตนต้องการได้ โดยทั่วไปที่พักสำหรับนักศึกษา มีดังนี้
1. หอพักในสถานศึกษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในสวีเดนส่วนใหญ่จะไม่มีหอพักในสถานศึกษา แต่สำหรับระดับอุดมศึกษาแล้ว สถานศึกษาจะมีหอพักบริการ นักศึกษา หอพักส่วนใหญ่จะเป็นห้องเดี่ยว มีเฟอร์นิเจอร์ เช่น เตียงนอน โต๊ะทำงาน หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องรวมใช้ร่วมกับเพื่อนห้องถัดไป โดยห้องน้ำอยู่บริเวณระหว่างทางเดิน ส่วนห้องครัวจะใช้ร่วมกันหลายคน นอกจากนี้หอพักยังมีบริการซักรีด โดยใช้เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า มีห้องทีวี ห้องนั่งเล่น ห้องบริหารร่างกาย ค่าหอพักราคาประมาณ SEK 2,000 – 2,200 สำหรับที่ Royal Institute of Technology ราคาประมาณ SEK 2,200 (ปี ค.ศ.1998)
2. Apartment ที่พักประเภท Apartment มีทั้งประเภท 2 เตียง หรือ 3 เตียง และให้เลือกทั้งประเภทมีเฟอร์นิเจอร์หรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์ สำหรับค่าเช่า Apartment ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องพัก และที่ตั้งในชุมชนหรือไกลชุมชน ราคาประมาณ SEK 1,500 – 5,000 ต่อเดือน เช่น ที่พักประเภท 3 เตียง มีเฟอร์นิเจอร์ ราคาประมาณ SEK 2,500 – 5,000 ต่อเดือน
3. ที่พักกับครอบครัวชาวสวีเดน เป็นการเช่าที่พักโดยอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านจะมีบริการอาหารให้ครบทุกมื้อหรือเป็นบางมื้อการซักรีดใช้เครื่องซักผ้าของเจ้าของบ้านหรือแล้วแต่จะตกลงกัน การขอวีซ่า ผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษาต่อในประเทศสวีเดน จะต้องไปยื่นขอวีซ่านักเรียน หลังจากที่ได้รับหนังสือตอบรับจากสถานศึกษาแล้ว โดยจะต้องดำเนินการดังนี้
1. ขอแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่สถานทูตสวีเดน ชั้นที่ 20 เฟริสแปซิฟิกส์เพลส เลขที่ 140 ถนนสุขุมวิท (ระหว่างซอย 4 และซอย 6) โทรศัพท์ 254-4955 2. ขอจองเวลาสัมภาษณ์ที่สถานทูต ฯ ผู้ขอต้องยืนยันเวลาสัมภาษณ์ 1 สัปดาห์ก่อนวันสัมภาษณ์ มิฉะนั้นสิทธิในการสัมภาษณ์ตามวันและเวลาที่จองไว้จะถูกตัดไป ก่อนจะยืนยันเวลาสัมภาษณ์ได้ ผู้ขอจะต้องจัดเอกสารให้ครบและให้เจ้าหน้าที่ของสถานทูตฯ ตรวจสอบก่อน 3. เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า มีดังนี้ - แบบฟอร์มขอวีซ่า 2 ชุด และฟอร์มประวัติครอบครัว 2 ฉบับ ซึ่งผู้ขอจะต้องกรอกอย่างละเอียดด้วยภาษาอังกฤษหรือภาษาสวีเดน - รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป - หนังสือเดินทางซึ่งมีอายุใช้งานได้อีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ่ายสำเนาหน้าที่มีเลขที่, ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขอ การต่ออายุของหนังสือเดินทาง และหน้าที่มีการประทับตราวีซ่าของประเทศสวีเดน (ถ้ามี) - บัตรประจำตัวประชาชนหรือใบแทน (ใบเหลือง) ถ่ายสำเนาและแปลเอกสาร - ทะเบียนบ้านหรือสำมะโนครัวฉบับเจ้าบ้าน ซึ่งมีชื่อผู้ขอรวมอยู่ด้วยถ่ายสำเนาและแปลเอกสาร ชื่อที่ต้องแปลคือ ผู้ขอเจ้าบ้าน และบุคคลซึ่งมีความเกี่ยวพันกับผู้ขอ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง บุตร เท่านั้น ในกรณีที่ผู้ขอเคยย้ายสำมะโนครัวหลายครั้งกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนนำไปแปล ทะเบียนบ้านที่นำมา แสดงนั้น ผู้ขอต้องมีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี มิฉะนั้นจะต้องนำทะเบียนฉบับเก่ามาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ - หนังสือตอบรับจากสถานศึกษา - ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) - หลักฐานการรับรองฐานะทางการเงิน (เป็นภาษาอังกฤษ) ซึ่งต้องมีเงินอย่างน้อยเดือนละ 6,300 โครนสวีเดน เป็นเวลา 10 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 63,000 โครนสวีเดนหรือ 328,230 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2546) 1 โครนสวีเดน = 5.21 บาท - เอกสารพิเศษอื่น ๆ เช่น ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนสมรสกับชาวสวีเดนแล้ว ต้องถ่ายสำเนาทะเบียนสมรส และหากจดทะเบียนในประเทศไทยให้นำทะเบียนสมรสไปแปลเอกสารด้วย ถ้าผู้ขอมีบุตร จะต้องถ่ายสำเนาและแปลเอกสารใบสูติบัตรของบุตรทุกคน
ในกรณีที่ผู้ขอเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนและได้หย่าขาดจากสามี/ภรรยาเดิมแล้ว ผู้ขอจะต้องยื่นทะเบียนหย่า บันทึกการหย่าซึ่งต้องระบุว่าใครเป็นผู้ปกครองบุตร พร้อมแปลเอกสาร หากผู้ขอกำลังตั้งครรภ์ ให้นำใบรับรองแพทย์(จากโรงพยาบาล) มาแสดงด้วย
ผู้ขอที่เป็นชายอายุเกินกว่า 20 ปี ต้องนำเอกสารรับรองการเกณฑ์ทหาร หรือใบรับราชการทหารมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ (ไม่ต้องแปล)
หากผู้ขอนำบุตรไปด้วย ตามประกาศของรัฐบาลสวีเดน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2532 เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องขออนุญาตเข้าอยู่อาศัยในประเทศสวีเดน ในกรณีที่ต้องการอยู่เกินกว่า 3 เดือน โดยยื่นเฉพาะเอกสารปกติไม่ต้องสัมภาษณ์
เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ 1. กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าสำหรับเด็ก จำนวน 2 ฉบับ 2. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ภาพ 3. หนังสือเดินทาง ถ่ายสำเนาเช่นเดียวกับข้อ 3 4. ต้นฉบับใบสูติบัตร 5. ใบรับรองแพทย์มอบอำนาจในการปกครองบุตร ถ้าผู้ปกครองของเด็กยื่นเอกสารในข้อ 4 และ 5 แล้ว เด็กไม่ต้องยื่นอีก ครั้งหนึ่ง แต่ต้องเคยยื่นมาแล้ว ไม่เกิน 2 ปี เอกสารทั้งหมดจะต้องยื่นรวม 2 ชุด เอกสารที่เป็นภาษาไทยผู้ขอจะต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาสวีเดน และผู้ขอจะต้องนำเอกสาร ต้นฉบับมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย สถานทูตฯ จะไม่รับแปลเอกสารและมีสิทธิ์ไม่รับเอกสารที่แปลไม่ถูกต้อง เอกสารที่แปลนั้นจะต้องแปลจากสำนักงานที่มีอนุญาตดำเนินการแปลเอกสารที่ถูกต้อง ถ้าเอกสารที่นำมาไม่ครบหรือไม่เรียบร้อยในวันสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ อาจจะปฏิเสธการสัมภาษณ์ และผู้ขอจะต้องขอนัดเวลาสัมภาษณ์ใหม่ 4. ขั้นตอนการอนุมัติขอวีซ่า - ผู้ขอวีซ่าจะต้องยื่นเอกสารและสัมภาษณ์ที่สถานทูตสวีเดน ตามเวลาที่นัดไว้ - หากผู้ขอผ่านการสัมภาษณ์แล้ว สถานทูตฯ จะส่งเอกสารไปยังกองตรวจคนเข้าเมืองในสวีเดนเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ – 2 เดือน - เมื่อกองตรวจคนเข้าเมืองในสวีเดนอนุมัติวีซ่าให้ผู้ขอแล้ว สถานทูตฯ จะต้องประทับตราวีซ่าในหนังสือเดินทางของผู้ขอก่อนที่ผู้ขอจะเดินทางไปสวีเดน สถานทูตฯ จะรับประทับตราวีซ่าเฉพาะวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 8.00- 11.00 น. เท่านั้น ติดต่อ... http://www.swedenabroad.com/bangkok
หมายเหตุ ผู้ที่ขอวีซ่าจะต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าจากสถานทูตสวีเดนมาก่อน หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะยกเลิกการขอวีซ่าของผู้ขอทันที
|
Comments
ลองกดเข้าไปดู สำหรับบรรยากาศส วีเดนได้
www.studyinsweden.se
www.kth.se/surinthra
RSS feed for comments to this post