|
United Kingdom  ภูมิศาสตร์ ประเทศอังกฤษ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (อังกฤษ: United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland) หรือชื่ออย่างสั้นว่า สหราชอาณาจักร (อังกฤษ: United Kingdom ย่อว่า UK) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บางครั้งเรียกโดยทั่วไปว่า บริเตนใหญ่ บริเตน หรือแม้แต่ ประเทศอังกฤษ ดินแดนส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักรจะอยู่บนเกาะบริเตนใหญ่และตอนเหนือของเกาะไอร์แลนด์ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกและพื้นน้ำที่เชื่อมต่ออันได้แก่ช่องแคบอังกฤษ ทะเลเหนือ ทะเลเคลติก และทะเลไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักรเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ผ่านทางประเทศฝรั่งเศสทางตอนใต้ของช่องแคบอังกฤษ
สหราชอาณาจักรประกอบเป็นสหภาพที่เกิดจากการรวมตัวของดินแดน 4 ส่วน คือ 3 ชาติบนเกาะบริเตนใหญ่ ซึ่งได้แก่ อังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ กับไอร์แลนด์เหนือบนเกาะไอร์แลนด์เข้าด้วยกัน นอกจากดินแดนทั้ง 4 แล้ว สหราชอาณาจักรยังมีดินแดนโพ้นทะเลและดินแดนใต้การปกครองอื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วโลก สหราชอาณาจักรจึงได้ชื่อว่า ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน สหราชอาณาจักรเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพแห่งชาติ ซึ่งมีพระประมุของค์เดียวร่วมกับอีก 15 ประเทศ
สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งของสหประชาชาติและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้สหราชอาณาจักรยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม G8 และเป็นหนึ่งในประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
เกาะบริเตนใหญ่ หรือบริเตน เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ของเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะบริเตน (มักรวมเกาะเล็กรอบ ๆ แต่ไม่รวมเกาะไอร์แลนด์) ซึ่งในทางการเมืองเป็นสถานที่ตั้งของ อังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ (สหราชอาณาจักรที่ไม่รวมไอร์แลนด์เหนือ)
แผนที่
ภูมิอากาศ ประเทศอังกฤษจะเป็นภูมิประเทศที่เป็นเกาะ จึงจะมีอากาศค่อนข้างหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในช่วงหน้าหนาวคือ 2-4 องศาเศลเซียส ส่วนในฤดูร้อนจะอยู่ที่อุณภูมิ 18-22 องศาเศลเซียส แต่จริงๆแล้วอากาศของประเทศอังกฤษก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วนะคะว่าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อาจจะมีทั้งหน้า หนาว ฝน และร้อน ในวันเดียวกันก็เป็นได้
ฤดุใบไม้ผลิ : เดือนมีนาคม- เดือนพฤษภาคม ฤดูร้อน : เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนกันยายน- เดือนพฤศจิกายน ฤดูหนาว : เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์
อัตราเงิน สกุลเงินของอังกฤษคือ เงินปอนด์ หรือ £ เรียก ปอนด์สเตอร์ลิง (สหราชอาณาจักร) 100 เพนนี เป็น 1 ปอนด์ ธนบัตรประกอบด้วย 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์ เหรียญประกอบด้วย 1, 2, 5, 10, 20, 50 เพนนี และ 1, 2 ปอนด์ ภาษา สหราชอาณาจักรไม่มีภาษาราชการ ภาษาที่พูดกันเป็นส่วนใหญ่คือภาษาอังกฤษ[10] ซึ่งเป็นภาษากลุ่มเจอร์มานิกตะวันตก พัฒนามาจากภาษาอังกฤษโบราณ ภาษาท้องถิ่นอื่นๆำได้แก่ภาษาสกอต และภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก (เป็นกลุ่มภาษาย่อยของกลุ่มภาษาเคลติก) เช่นภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิก ภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากอิทธิพลของจักรวรรดิบริเตนในอดีตและสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองที่สอนกันมากที่สุดในโลก[11] ภาษากลุ่มเคลติกของสหราชอาณาจักรก็มีพูดกันในกลุ่มเล็กๆหลายแห่งในโลก เช่น ภาษาแกลิกในประเทศแคนาดา และภาษาเวลส์ในประเทศอาร์เจนตินา ในระยะหลังนี้ ผู้อพยพ โดยเฉพาะจากประเทศในเครือจักรภพ ได้นำภาษาอื่นหลายภาษาเข้ามาในสหราชอาณาจักร เช่น ภาษาคุชราต ภาษาฮินดี ภาษาปัญจาบ ภาษาอูรดู ภาษาเบงกาลี ภาษาจีนกวางตุ้ง ภาษาตุรกี และภาษาโปแลนด์ โดยสหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้พูดภาษาฮินดี ปัญจาบ และเบงกาลีสูงที่สุดนอกทวีปเอเชีย
ระบบการศึกษา The Education system For England, Wales and Northern Ireland
 ระบบการศึกษาในเครือจักรภพอังกฤษ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ -ระดับประถมศึกษา -มัธยมศึกษา -อาชีวศึกษา -อุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล สำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะดีและมีรสนิยมสูงมักส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ส่วนนักเรียนต่างชาตินั้นมีสิทธิลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น
ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในราชอาณาจักร เริ่มต้นภาคแรก ในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ - ภาคต้น ( Autumn Term) เริ่มปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
- ภาคกลาง ( Spring Term) เริ่มกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม
- ภาคปลาย ( Summer Term) เริ่มปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม
ระดับประถมศึกษา ( Preparatory School) รับนักเรียนอายุ 5-13 ปี โดยการเรียนการสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะด้านตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามวัย - ระดับเตรียมประถมศึกษา ( Pre - Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 -7 ปี
- ระดับประถมศึกษา (Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 -13 ปี
การศึกษาในระดับนี้จะมุ่งเน้นการเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อก้าวไปสู่การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาต่อไป
ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมของเอกชน หรือ Public School รับนักเรียนตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก เป็นมูลนิธิหรือสถานประกอบการที่มิได้หวังผลกำไร โดยรายได้ของโรงเรียนนั้น มาจากค่าธรรมเนียมการศึกษาและเงินบริจาค โรงเรียนประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบชายล้วน หญิงล้วน และสหศึกษา ทั้งแบบประจำและไป-กลับ มีโรงเรียนบางแห่ งเปิดสอนเฉพาะนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ทางด้านดนตรี กีฬาด้วย
ในระดับมัธยมศึกษาทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ได้กำหนดให้มีการสอบวัดผลความรู้ และความสามารถ การสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระซึ่งมี 5 คณะ ซึ่งผลการสอบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าระดับอุดมศึกษาได้ การสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
• GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อนักเรียนมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนต้องเลือกสอบประมาณ 8-12 วิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F และ G นักเรียนที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้วุฒิบัตร สามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ " A" Level ได้ หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี
• GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบวัดผลความรู้ของนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือกกว่า 50 วิชา โดยส่วนใหญ่จะสอบเพียง 2-3 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน คือ เลือสอบทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanities ผลการสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ A, B, C, D และ E ซึ่ง Grade ทั้ง 5 ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับพิจารณารับผู้ที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะรับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B สำหรับผลสอบ GCE "A" Level นี้เป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใชัในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ระดับอาชีวศึกษา เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ไม่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการเพียงคุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ในการทำงานสายอาชีพ สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษานี้ มีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน
สถาบันการศึกษาของรัฐบาล มีประมาณ 500 แห่ง เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ การโรงแรม การเกษตร วิศวกรรม ช่างเทคนิค ฯลฯ สถาบันการศึกษาของรัฐบาล ได้แก่ - College of Further Education
- College of Art
- College of Commerce
- College of Education
- College of Technology
- Technical College
- Agricultural College
ในประเทศอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้วุฒิบัตรจาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสกอตแลนด์ จะได้รับวุฒิบัตรจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ คือ • First Certificate/Diploma (FC/CD) เป็นการศึกษาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนที่มีอายุเกินกว่า 16 ปี โดยจะได้รับประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรืออาจจะไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะทำงานในสายวิชาชีพต่างๆ เป็นหลักสูตรการศึกษา 1 ปี เมื่อเรียนจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปได้ • National Certificate/Diploma (NC/ND) เป็นการศึกษาในสายวิชาชีพที่ทีคุณวุฒิสูงกว่า FC/FD ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี โดยรับผู้ที่มีคุณวุฒิ FC/FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับ NC/ND นี้ นอกจากจะมีวุฒิบัตรวิชาชีพแล้ว ยังเทียบได้กับ GCE "A" Level ด้วย และหากได้คะแนนดีมาก ก็สามารถเรียนต่อในระกับปริญญาตรีได้ด้วย • Higher National Certificate/Diploma (HNC/HND) เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา ใช้ระยะเวลาในการเรียน 2 ปี และถือว่าการศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษาด้วยเช่นกัน หลักสูตรนี้รับสมัครผู้ที่จบการศึกษา NC/ND หรือผู้มีคุณวุฒิ GCSE 3 วิชา + GCE "A" Level 1 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้เทียบเท่ากับอนุปริญญาของไทยแต่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี 1 ชั้น ทั้งนี้สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีโดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี แต่ผลการเรียนจะต้องอยู่ในขั้นดีเยี่ยม
สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน ควรเลือกสถานศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก The British Accredition council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นสถาบันที่มีการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้ สำหรับวุฒิการศึกษาที่ได้รับ จะได้เพียงประกาศนียบัตรเท่านั้น
สถาบันการศึกษาของเอกชน ได้แก่
• Tutorial College ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นหนักเฉพาะวิชาที่สอบ GCSE และ GEC "A" Level เปิสอนนักเรียนเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลและจำกัดจำนวนนักเรียนในแต่ละหลักสูตรด้วย ดังนั้นนักเรียนจะมีโอกาสซักถามข้อสงสัยอย่างใกล้ชิด และไม่ต้องเสียเวลาเรียนวิชาอื่น หากไม่ได้ใช้ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยปกติจะใช้เวลาเรียน 2 ปี ก็สามารถสอบ GCSE และ GCE "A" Level ได้ นอกจากนี้สถานศึกษาบางแห่งอาจมีหลักสูตรคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ เลขานุการ • College หรือ College of Higher Education เป็นสถาบันการศึกษาเอกชน เปิดสอนสาขาวิชาต่างๆ เช่น บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ บัญชี วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งจะได้รับคุณวุฒิประกาศนียบัตร BTEC First หรือ Higher National Diploma (FD/ND/HND) • Secretarial College สอนวิชาพิมพ์ดีด ชวเลข ธุรกิจ เลขานุการ และงานทั่วไปเกี่ยวกับสำนักงาน สำหรับสถานศึกษาประเภทนี้ ให้คุณวุฒิประกาศนียบัตรของโรงเรียนเอง หรือ Pitman หรือ London Chamber of Commerce โดยทั่วไปใช้เวลาในการศึกษา 1 ปี บางแห่งจะมีหลักสูตรเร่งรัดใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี หรือ 2 ปี เนื่องจากรัฐบาลของอังกฤษไม่ได้รับรองวิทยฐานะสถานศึกษานี้ ทางสถานศึกษา ได้พยายามจัดหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนไปสอบประกาศนียบัตร ของสมาคมวิชาชีพต่างๆ เช่น - Royal Society of Arts - London Chamber of Commerce and Industry
ค่าเล่าเรียน (โดยประมาณ) | ค่าเล่าเรียน / ปี | อังกฤษ GBP$ | | ภาษาอังกฤษ | 8,000 - 12,400 | | มัธยมศึกษา | 7,000 - 12,000 | | ประกาศนียบัตร/อนุปริญญา | 7,700 - 15,000 | | ปริญญาตรี : ศิลปศาสตร์ | 8,200 - 12,000 | | ธุรกิจ | 9,600 - 13,500 | | วิทยาศาสตร์/วิศวกรรม | 9,000 - 25,000 | | ปริญญาโท :ศิลปศาสตร์ | 8,200 - 12,000 | | ธุรกิจ | 10,000 - 37,000 | | วิทยาศาสตร์/ วิศวกรรม | 9,500 - 22,500 | | ปริญญาเอก | 10,000 - 22,500 | | ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก, อาหารและการเดินทาง | 9,000 - 12,000 | (ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย นักเรียน นักศึกษาควรสอบถามเพิ่มเติมจากสถาบันที่ต้องการศึกษาต่อ) |
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่นขอวีซ่านักเรียน มีดังนี้ ภาษาอังกฤษ 1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานได้เกิน 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าทุกเล่มที่มี 2. กรอกแบบ Non-Settlement Form (VAF 1/2006 ) ให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษลงลายมือชื่อด้วยตนเอง 3. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 1 รูป อายุไม่เกิน 6 เดือนฉากหลังต้องเป็นสีขาว, สีขาวนวลเท่านั้น ขนาด 35 มม.x 45 มม.(1 นิ้วครึ่ง x 20 นิ้ว) 4. สำเนา บัตรประชาชน/ บัตรประจำตัวข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ (รับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อ) 5. หลักฐานการเรียนจบการศึกษาครั้งสุดท้าย เช่น ประกาศนียบัตร หรือ ปริญญาบัตรพร้อม Transcript หลักฐานที่เคยเรียนเพิ่มเติม หรือ เข้ารับการอบรมในขณะที่กำลังศึกษาหรือหลังจบการศึกษาแล้ว เช่น สำเนาประกาศนียบัตร พร้อมหลักฐานต่างๆว่าเคยเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษา 6. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาในประเทศอังกฤษ ระบุ ชื่อหลักสูตร/ค่าเล่าเรียน/ระยะเวลาเรียนทั้งหมด /จำนวนชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์/วุฒิทางการศึกษาที่จะได้ รับเมื่อเรียนสำเร็จแล้ว 7. หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการศึกษาที่ ประเทศอังกฤษ 8. หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างศึกษา ระบุชื่อ/ที่อยู่ หรือสัญญาเช่า (ุถ้ามี) 9. ชำระค่าธรรมเนียมโดยการชำระเป็น “สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย” (ไม่รับเป็นเช็คส่วนบุคคล) สามารถชำเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มครอบครัวตั๋วแลกเงิน (banker's draft) ในฉบับเดียวกันได้ 10. ใบรับรองการปลอดเชื้อวัณโรค (TB) มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ http://www.umist.ac.uk : University of Manchester Institute of Science and Technology http://www.man.ac.uk : University of Manchester http://www.huron.ac.uk : Huron University USA in London http://www.uel.ac.uk : University of East London http://www.nott.ac.uk : University of Nottingham http://www.ncl.ac.uk : University of Newcastle http://www.cf.ac.uk : Cardiff university http://www.westminster.ac.uk : University of Westminster http://www.liv.ac.uk : University of Liverpool http://www.ox.ac.uk : Oxford University http://www.swan.ac.uk : University of Wales, Swansea http://www.cam.ac.uk : University of Cambridge http://www.birmingham.ac.uk : University of Birmingham http://www.soton.ac.uk : University of Southampton http://www.kingston.ac.uk : Kingston University http://www.st-and.ac.uk : University of St Andrews http://www.shef.ac.uk : University of Sheffield สำหรับเอกสารในข้อ 7 เอกสารที่จัดเป็นหลักฐานทางการเงิน และสามารถนำมายื่นประกอบการขอวีซ่า ได้แก่ • หนังสือรับรองจากผู้ออกค่าใช้จ่าย รับรองว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้ • ในกรณีที่ผู้ออกค่าใช้จ่ายมิใช่ บิดา-มารดา ต้องมี หลักฐานแสดงว่าท่านมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ออก ค่าใช้จ่าย เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของท่าน และของผู้ออกค่าใช้จ่าย และจดหมายชี้แจงความสัมพันธ์ อย่างละเอียด • สมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มที่มีของผู้ออกค่าใช้จ่าย ( พร้อมสำเนาย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ) • หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย • ถ้ามีธุรกิจส่วนตัว ให้นำหลักฐานการประกอบธุรกิจ เช่น หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ บัญชีรายการทางการ เงินของธุรกิจ สมุดบัญชีธนาคารของธุรกิจ • หนังสือรับรองการทำงาน • หลักฐานรายได้ เช่น ใบแสดงรายการเงินเดือน(pay slip ) หลักฐานการถือครองหุ้น ฯลฯ • หลักฐานทรัพย์สินที่มี เช่นโฉนดที่ดิน สำหรับเอกสารในข้อ 8 เอกสารที่เป็นหลักฐานประกอบหลักฐานที่พัก กรณีที่ญาติ เพื่อน หรือสปอนเซอร์เป็นผู้ รับรองให้ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ได้แก่ • สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับทุกหน้าของผู้รับรอง • หลักฐานการเงินของผู้รับรอง • หลักฐานการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยของผู้รับรอง หรือสัญญาเช่า • หลักฐานการติดต่อระหว่างท่านกับผู้รับรองเช่น จดหมาย ใบเสร็จค่าโทรศัพท์ รูปถ่าย ฯลฯ
|
Comments
โดยจะช่วยประเมิ นความสามารถทางภ าษา แนะนำมหาวิทยาลั ยที่เหมาะสมแก่น ักเรียน สร้าง RESUME ของผู้สมัครให้โ ดดเด่นและบริการ ตรวจแก้ Essay โดยทีมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยชั้น นำในอเมริกา อาทิเช่น Stanford, UCLA เลยทีเดียว
Envision MBA มีประสบการณ์ผลั กดันนักเรียนจาก ทั่วเอเชียให้ได ้เข้าเรียนมหาวิ ทยาลัยชั้น นำทั่วโลกตั้งแต่ปี 2003 เรื่อยมาร่วมร้อ ยชีวิต แน่นอนว่า มีคนไทยหลายคนขอ งเรารวมอยู่ในจำ นวนนั้นด้วย
ติดต่อ www.envisionmba.com เพื่อการแนะแนวอ ย่างมืออาชีพระด ับภูมิภาคเอเชีย
หรือสอบถามข้อมู ลเพิ่มเติมกับที มงานชาวไทยได้ที ่ nijnun
Tel 084-435-8242
RSS feed for comments to this post