Adventures of a New World : การผจญภัยของโลกใหม่

Adventures of a New World : การผจญภัยของโลกใหม่

เมื่อคุณต้องมาอยู่โลกใบใหม่ที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของทุกๆวัน และยังได้ตำแหน่งเป็นผู้กล้ายังกับเล่นเกม RPG ที่ได้รับความสามารถ อมตะ มันคือ การรีเซ็ต https://www.facebook.com/Aunlock-Key-Coolness-705451766146706/?fref=ts

ผู้เขียน A.unlock Key Coolness ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

Ethan & Jan

ในป่าใกล้ๆกับทะเลสาบได้เกิดการต่อสู้ขึ้นโดยซีน่อนกับลีโอถูกพลังบางอย่างทำให้ขยับตัวไม่ได้ (โคลด์ถูกลีโอนอนทับอยู่) ไอริสกำลังเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาจู่โจมพวกเขา ตอนนี้ทุกสายตามองไปทางอีธาร การโจมตีทุกอย่างหยุดชะงักไปและไม่มีใครจะพูดอะไรออกมานอกจากเป็นผู้ฟังเท่านั้น

อีธารยังคงพูดถึงทักษะของตัวเองให้รูบี้ฟัง ฝ่ายผู้หญิงที่มาด้วยก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจไอริสเท่าไหร่ทำให้เป็นโอกาสของการโจมตีแต่ตอนนี้ไอริสอยากฟังที่อีธารพูดมากกว่า

"ทักษะของผมแตกต่างจากทักษะขโมยของคุณ ทักษะขโมยคือการสัมผัสตัวของฝ่ายตรงข้างและแอบขโมยทักษะมาตอนที่อีกฝ่ายรู้ตัวเท่านั้นถึงจะสำเร็จแต่ก็สามารถดูดพลังของฝ่ายตรงข้ามมาใช้ชั่วคราวได้โดยที่ไม่ต้องแตะตัว ก็เหมือนกับการก็อปปี้ทักษะของอีกฝ่ายมาใช้

ทักษะช่วงชิงคือทักษะที่จะแย่งพลังจากอีกฝ่ายมาใช้โดยแตะตัวของอีกฝ่ายเช่นกันแต่ก็ต้องใช้เวลากับสมาธิไม่ใช่น้อย ทักษะช่วงชิงนี้ถ้าได้พลังของอีกฝ่ายมาก็เท่ากับว่าทักษะนั้นเป็นของผู้ใช้เจ้าของเดิมก็จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป นี่แหละข้อแตกต่างของเราล่ะครับ"

รูบี้มองผู้ที่ให้ความรู้ใหม่แก่ตัวเองเพราะรูบี้ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองสามารถดูดพลังของอีกฝ่ายมาใช้ได้โดยไม่ต้องแตะตัวถึงจะแค่ชั่วคราวนั่นก็ถือว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจอยู่ด้วยรูบี้จึงได้ถามออกไป

"ทำไมฉันถึงขโมยทักษะของนายไม่ได้"

อีธารมองรูบี้แบบสงสัยและพูดอธิบาย

"ไม่รู้หรอกหรอครับ ? พลังที่มีลักษณะคล้ายกันจะใช้ไม่ได้ผลกับอีกฝ่ายก็เหมือนกับว่าเราทั้งคู่ไม่มีทักษะทั้งสองนี้ยังไงล่ะครับ"

เขาเอาแขนใส่เข้าไปในเสื้อคลุมเพราะตอนแรกเขาแค่เอามาคลุมทับเสื้อข้างในเท่านั้นซึ่งมันทำให้รูบี้รำคาญเล็กน้อย

"ไม่ถอดออกล่ะ"

"ไม่จำเป็นหรอกครับระดับคุณน่ะไม่ทำให้เสื้อผมเปื้อนได้หรอก"

เขาพูดออกด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม รูบี้ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพุ่งเข้ามาหาอีธารด้วยความเร็วสูงสุดหมัดขวาที่กำเอาไว้แน่นพร้อมชกไปที่อีกฝ่าย อีธารกำหมัดและใช้หมัดนั้นชนกันจนเกิดคลื่นพลังออกมา

ทั้งสองคนกระเด็นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพุ่งเข้ามาหากันอีกครั้ง รูบี้แอบสร้างโซ่เอาไว้ในมือและวิ่งรอบๆตัวอีธานเพื่อให้โซ่พันรอบตัว อีธารใช้แหวนที่อยู่นิ้วกลางข้างขวาชกไปที่โซ่ พลังของรูบี้ก็สลายไปทันที

แขนซ้ายฟาดไปด้านหลังรูบี้ใช้ศอกกันเอาไว้ อีธารฟาดเข้าไปข้างหลังรูบี้ก็ยกเข่าขึ้นมาป้องกัน หมัดทั้งสองกระทบกันดันกังวาน ทั้งสองคนไม่ได้ใช้ทักษะอะไรมาซักพักหนึ่งแล้ว

ทางด้านไอริสผู้หญิงที่มาด้วยกันกับอีธานหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาเคี้ยวโดยมองไปทางลีโอกับซีน่อนพลางยิ้มออกมา ไอริสที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้ใช้เวทน้ำทำให้พื้นค่อยๆกลายเป็นโคลนเพื่อที่จะดูดอีกฝ่ายลงไป

"คิดว่าของแค่นั้นจะทำอะไรฉันได้หรอ"

เธอมาอยู่ข้างหลังของไอริสตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ไอริสรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็แค่มายืนข้างหลังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก...ให้ศัตรูไปยืนที่ตำแหน่งที่ต้องการเท่านั้น

หินที่เคยหมุนวนกลับขึ้นมาล้อมลอบไอริสอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เธอสนใจที่อีธารพูดจึงเผลอปลดพลังออกแต่คราวนี้เธอเริ่มกลับมาสนใจการต่อสู้แล้ว ก้อนหินที่ถูกทำลายก็กลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็มีจุดสังเกตอยู่ด้วยหินที่ถูกทำลายจนเหลือก้อนเล็กๆ ยิ่งถูกทำลายก็จะกลายเป็นดินทรายไปเลย

ไอริสเสกไม้เท้าเวทออกมาใช้ ตามปกติของนักเวทจุดที่อันตรายที่สุดคือการร่ายเวท ซึ่งอาวุธแต่ละชนิดนั้นถ้าเหมาะสำหรับสายเวทก็จะลดเวลาในการร่ายไปได้เกือบครึ่ง ปกติไอริสจะไม่ค่อยใช้อาวุธแต่คราวนี้ถ้าเธอไม่ใช้คงได้แพ้จริงๆแน่

"จงออกมาอัศวินแห่งแสง"

แสงจำนวนมากพุ่งลงมาจากฟ้าเผยให้เห็นกองทัพชุดเกาะจำนวนมากอยู่ตรงหน้าไอริส อัศวินวิ่งเข้าไปฟาดดาบใส่อีกฝ่าย เธอยังคงยืนนิ่งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด มือที่ค่อยๆยกขึ้นไปนั้นได้ชี้ไปที่กองทัพอัศวิน แสงสีฟ้าคลุมรอบตัวกองทัพอัศวิน

พอเธอยกมือสูงขึ้นเรื่อยๆกองทัพอัศวินก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศสูงจากพื้นแค่เล็กน้อย พวกมันยังคงวิ่งอยู่ทั้งๆที่ไม่มีที่ให้เหยียบแล้ว มือที่ถือดาบก็ยังคงจ้องจะเข้ามาทางศัตรู เธอกำมือแน่นกองทัพอัศวินก็แยกเป็นชิ้นๆ พอเธอแบบมือออกและลดมือลง กองทัพอัศวินก็ตกลงมายังพื้นชิ้นส่วนชุดเกราะปะปนกันไปหมด

"ยังไม่จบหรอกค่ะ"

หลังจากที่ไอริสพูดเสร็จกองทัพอัศวินก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง อัศวินแห่งแสงคือการอัญเชิญสมุนของเทพที่อยู่บนฟ้าลงมาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะทำลายยังไงก็จะไม่มีวันตายเพราะข้างในชุดเกราะนั้นไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย มันเป็นเพียงแค่ชุดเกราะที่เดินได้เท่านั้น

ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะออกมา

"แล้วไงล่ะ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีวันแตะโดนตัวฉันได้หรอก"

เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะใช้พลังอีกครั้ง คราวนี้ใช้มือสองข้างยกขึ้นเหนือฟ้าและกำหมัดแน่น กองทัพอัศวินแยกชิ้นส่วนอีกครั้ง แขนทั้งสองฟาดไปข้างตัวทั้งซ้ายและขวา ชิ้นส่วนของชุดเกราะกระเด็นไปอยู่ที่อื่น

ส่วนหัวอยู่อีกทาง ขาไปทาง แขนไปทาง แยกจนไม่น่าจะกลับมารวมกันได้ แต่แล้วความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อชุดเกราะพวกนั้นใช้ชิ้นส่วนของตัวอื่นมาใช้ เพราะชุดเกราะที่เหมือนกันหมดจึงใช้กับตัวไหนก็ได้โดยไม่ต้องใช้ชิ้นเดิม เธอหยุดนิ่งไปสักพักก็เริ่มพูดบางอย่าง

"จะบอกให้ก็แล้วกันถือว่าเป็นของแถมเล็กๆน้อยๆ ชื่อของฉันก็คือ เจน และพลังพิเศษของฉันก็คือ...พลังจิต !"

เจนยกมือขึ้นสูงชุดเกราะทั้งหลายก็มารวมกันเป็นก้อนเดียวอยู่ใบมือของเซร่า เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยและตวัดมือลง ชุดเกราะทั้งหมดก็พุ่งเข้าไปหาไอริสแทน ระหว่างที่โจมตีใส่ไอริสเจนเผลอปลดพลังออก

ลีโอวิ่งเข้ามาพาตัวไอริสออกห่างจากตรงนั้น รูบี้ที่กำลังสู้อยู่กับอีธารก็เหลือบไปเห็นซีน่อนที่กำลังวิ่งเข้ามาหา อีธารรู้จุดประสงค์ของซีน่อนจึงโจมตีไปทันที มีดพกที่กำลังพุ่งไปหาซีน่อน รูบี้คิดว่าคงหลบได้อยู่แล้ว แต่ซีน่อนถูกตรึงอยู่ด้วยเงาของตัวเอง

รูบี้วิ่งเข้าไปรับมีดนั้นแทน มีดนั้นผ่านแขนของรูบี้ไปแขนขวาถูกมีดปักอยู่อย่างนั้น พลังที่ขว้างมีดออกไปนั้นช่างแรงมหาศาล พอรูบี้ถูกมีดนั้นปักอีธารก็ขว้างบางอย่างใส่อีกครั้ง พอรูบี้จะใช้พลังสะท้อนกลับไปเข็มเล็กๆมันก็ผ่านพลังของรูบี้ไป

เข็มนั่นแทงเข้าที่หัวใจพอดิบพอดีแต่รูบี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลย ซีน่อนดึงแขนซ้ายของรูบี้และพาวิ่งไปทางทะเลสาบ ลีโอ โคลด์และไอริสรีบกระโดดลงไปในน้ำ ตามด้วยซีน่อนกับรูบี้

อีธานมองตามพวกเขาไปโดยแอบเสียดายเล็กน้อย เขาหันหน้ากลับไปและยิ้มออกมาที่มุมปาก

"กลับกันเถอะ"

"ไม่ตามไปหรอ ?"

"อย่าดีกว่า"

ทั้งสองคนมุ่งหน้ากลับเมืองเป้าหมายของพวกเขาคือ...อาณาจักรดลัม

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา