Adventures of a New World : การผจญภัยของโลกใหม่

Adventures of a New World : การผจญภัยของโลกใหม่

เมื่อคุณต้องมาอยู่โลกใบใหม่ที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของทุกๆวัน และยังได้ตำแหน่งเป็นผู้กล้ายังกับเล่นเกม RPG ที่ได้รับความสามารถ อมตะ มันคือ การรีเซ็ต https://www.facebook.com/Aunlock-Key-Coolness-705451766146706/?fref=ts

ผู้เขียน A.unlock Key Coolness ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

Rob

ระหว่างการเดินทางพวกรูบี้ได้เจอกับหมู่บ้านที่อยู่กลางทะเลทราย ที่นั่นเป็นหมูบ้านเล็กๆลักษณะยังกับหมู่บ้านของคาวบอยแต่คนที่นั่นดันแต่งตัวยังกับพวกอียิปโบราณ พวกรูบี้เดินเข้าไปถามเรื่องของดันเจี้ยนทะเลทรายกับโอเนอร์ที่อยู่ในร้านเหล้า

"นี่ลุงพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนทะเลทรายไหม ?"

ซีน่อนเดินเข้าไปถามคนที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ก็มีสายตาจากรอบข้างเพ่งมองมาทางพวกเขา โอเนอร์ที่กำลังเขย่าสุราอยู่นั้นก็เริ่มพูดบางอย่างกับพวกรูบี้

"อยากได้ข้อมูลก็ต้องมีค่าข่าวสารนิดหน่อย...."

ซีน่อนมองไปทางเขาสักพักก็หันมาทางรูบี้และยื่นมือมาขออะไรบางอย่าง แต่นั่นก็รู้เลยว่าต้องการอะไร ทำเอาอดคิดไม่ได้ว่าคนในกลุ่มมีใครคิดจะพกเงินบ้างไหม รูบี้มองไปทางไอริสเธอก็หยิบเงินจากกระเป๋าออกมาวางบนเคาเตอร์ 100 เหรียญ

"หืม? อยากรู้ข่าวดีๆก็ต้องให้รางวัลดีๆด้วยสิ"

200 เขาก็ยังนิ่ง 500 ก็เหมือนเดิม 1000 ยังคงนิ่ง 5000 เหรียญ เขาหยิบเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง คราวนี้ซีน่อนเริ่มโมโหขึ้นมานิดๆเพราะความโลภของเจ้าคนข้างหน้า เขาฉีกยิ้มออกมาและกระโดดมาทางหน้าเคาเตอร์หยิบมีดออกมาพร้อมกับคนที่นั่งรอบๆก็หยิบปืนออกมากันหมด

/ โดนเข้าให้แล้วไหมล่ะ /

"กระเป๋าหนักใช่ย่อยมีเท่าไหร่เอาออกมาให้หมดแล้วจะไว้ชีวิตให้"

โอเนอร์ที่ท่าทางยังกับหัวหน้ากลุ่มพูดออกมา ฝ่ายลูกน้องก็หัวเราะคิกคักกันใหญ่เพราะดูท่าจะได้ปลาตัวใหญ่

"เดี๋ยวก่อนสิเงินน่ะพวกเราไม่ค่อยมีหรอก เอาเจ้านี่ไปแทนได้ไหม ?"

รูบี้ใช้เชือกมัดตัวโคลด์และยื่นไปให้ตัวหัวหน้า

/ ปล่อยข้านะ !! /

แต่ฝ่ายนั้นไม่คิดจะเล่นด้วยจึงใช้มีดที่ถืออยู่แทงไปที่โคลด์ โชคดีที่โดนเชือกทำให้โคลด์รีบบินมาเกาะไหล่ของไอริสและจ้องไปทางรูบี้อย่างอาฆาตแต่รูบี้ไม่ได้สนใจเพราะกำลังคิดจะจับมัดเอาไปให้อีกรอบ

"อย่ามาทำเป็นเล่นไปหน่อยเลย เมื่อกี้ยังมีจ่ายให้เรื่อยๆเลยนี่"

"นั่นเป็นเงินก้อนสุดท้ายแล้วค่ะ"

ไอริสพูดยืนยัน ฝ่ายหัวหน้าเห็นอย่างนั้นจึงใจอ่อนและยอมเชื่ออย่างง่ายดาย ถึงความจริงจะไม่มีจริงๆก็เถอะ

"ถ้าไม่มีเงินก็ขออย่างอื่นก็แล้วกัน"

เขาฉีกยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่รอยยิ้มแต่ละครังช่างดูอุบาดชะจนหลายๆคนเบือนหน้าหนี และดูท่าเจ้าตัวจะไม่รู้ด้วยนี่สิ พวกรูบี้ถูกมัดด้วยโซ่ที่แข็งแรงพอเดินออกข้างนอกก็พบว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างเป็นลูกน้องของเขาทั้งหมด เขาหันมาพูดอะไรบางอย่างกับซีน่อน

"แกถามเรื่องของดันเจี้ยนทะเลทรายสินะ จะบอกให้เอาบุญก็แล้วกัน.....ก็ที่นี่แหละดันเจี้ยนทะลเทรายน่ะ"

เขาถามกลับมาแบบเสียงปกติและเริ่มตะคอกขึ้นมาตอนบอกว่าที่นี่คือดันเจี้ยนทะเลทราย พวกรูบี้ไม่ได้แปลกใจเลยเพราะกว่าจะเข้ามาได้ก็ต้องผ่านเส้นทางที่สุดแสนจะยาวแถมแดดยังร้อนจนเกือบทำให้ผมไหม้ อากาศที่ร้อนระอุจนเห็นมวลอากาศลอยไปลอยมาอย่างเด่นชัด

แต่สิ่งที่อยูในใจพวกเขาตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ถูกปล้นหรือถูกจับแต่คือ น้ำ พวกเขาเข้ามาโดยมีคนพกน้ำไว้แค่ 2 คนนั่นก็คือซีน่อนกับไอริส แถมตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาไม่นานรูบี้ก็บ่นหิวน้ำเลยไปขอน้ำกินจากซีน่อน แต่ก็ถูกปฎิเสธจึงเกิดการแย่งชิงกันขึ้นทั้งสองแย่งกันจนถุงใส่น้ำหลุดมือหล่นลงพื้นทรายละเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศเรียบร้อยแล้ว

ตอนที่มาถึงจึงเดินไปที่ร้านเหล้าก่อนเพราะคิดจะไปดื่นน้ำอยู่แล้วแต่ดันมาถูกปล้นซะนี่ตอนนี้จึงไม่มีแรงที่จะทำลายโซ่ได้แถมยังถูกพาเดินไปไหนก็ไม่รู้ คนที่สบายที่สุดในกลุ่มคือไอริสกับโคลด์ที่กำลังนั่งอยู่บนหลังอูฐกับตัวหัวหน้าที่ทำหน้าหื่นมองไปที่ไอริส

ลีโอก็เดินไปและยังไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยเลยทั้งๆที่รูบี้กับซีน่อนหอบแฮก แฮก อยู่ท้ายขบวนแล้ว แถมยังถูกหอกแหลมๆทิ่มหลังเพื่อบังคับให้เดินอีก นั่นทำให้ทั้งสองคนจำขึ้นใจเลยว่าไม่ควรประมาทธรรมชาติ

เมื่อเดินไปก็ไม่เห็นจุดหมายแดดก็ร้อนจนแทบอยากเป็นลมแบบนางเอกละครรูบี้กับซีน่อนจึงล้มฟุบกับพื้นลูกน้องของเจ้าหัวหน้าเห็นว่าคงไม่รอดจึงปล่อยทิ้งเอาไว้และเดินต่อไป เมื่อคบวนไปไกลพอสมควรซีน่อนก็รีบแกะโซ่และลุกขึ้นมาเรียกให้รูบี้ตื่น แต่รูบี้ดันเป็นลมไปจริงๆซะได้ ซีน่อนจึงต้องรับพาระแบกรูบี้ไปท่ามกลางความร้อนระอุนี้

ภาพที่เห็นยังกับซีรี่เกาหลีโรแมนติก แต่ในใจของซีน่อนกลับภาวนาให้รูบี้รีบๆตื่นเพราะตัวเองก็จะไม่ไหวเหมือนกัน ขบวนเริ่มช้าลงเพราะความเหนื่อยจึงพักทานน้ำกัน หัวหน้ากลุ่มก็เอาใจไอริสออกหน้าออกตาจนทำให้ลีโอรำคาญอยู่หน่อยๆเพราะคนที่ต้องทำนู่นทำนี่ก็คือเขาเอง

ลีโอเหลือบมองไปที่ไอริสก็เห็นฝ่ายหญิงพยักหน้าให้สัญญาณ พอทั้งสองเริ่มจะโจมตีก็มีทรายดูดผุดขึ้นมาตรงพื้น พวกเขาค่อยๆไหลลงไปตามทรายที่เลื่อนลงไปข้างล่าง ทรายที่ถูกดูดอาจจะเสริมพลังให้ดูดไวขึ้นแต่ถ้าเป็นมนุษย์อย่างพวกเขาอาจจะได้ถูกทรายพวกนั้นกลืนกินเป็นแน่

ตัวหัวหน้าที่เห็นลูกน้องกำลังจมลงไปข้างล่างและร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทรายที่ค่อยๆเข้าปากเข้าตาและดึงพวกเขาลงไปข้างล่างเหมือนกับพวกที่อยู่เบื้องล่างกำลังร้องออกมาด้วยความหวยหวน คนเป็นหัวหน้าก็เริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นสภาพลูกน้องตัวเอง เขาตะเกียกตะกายเอาตัวรอดแต่มือนั้นก็จมอยู่ในทราย ลีโอรีบอุ้มไอริสกระดดขึ้นไปยืนข้างบน

"ชะ ช่วยด้วย ! ช่วยชั้นด้วย ! ถ้าพวกแกช่วยชั้นจะให้สมบัติทั้งหมดเลย !!"

"คุณลีโอ"

ไอริสมองไปที่ลีโอที่ยืนมองเขาอย่างไม่คิดที่จะช่วยแต่ลีโอก็ยังคงยืนนิ่งและพูดประโยคหนึ่งออกไปทำให้ตัวหัวหน้าหมดหวังและจมดิ่งสู่ความมืด

"พวกมนุษย์นั้นโง่เขลา พอถึงเวลาต้องชดใช้กรรมพวกเจ้าก็ยังคิดจะทำชั่วตอกย้ำความโง่ของตัวเอง จงรับสิ่งที่เจ้าก่อเอาไว้ซะเถอะ...."

ไอริสหลับตาลงไม่อยากมองภาพตรงหน้า ตัวหัวหน้าก็เริ่มไหลลงไปเรื่อยๆและหยุดที่จะตะกายขึ้นไปเขาหยุดนิ่ฝให้ทรายดูดเขาลงไปจนจมไม่เห็นตัวอีก ลีโอที่มองอยู่นั้นสายตายังก็พระเจ้าที่กำลังลงโทษพวกทำผิด แต่ไอริสไม่ค่อยชอบลีโอตอนเป็นแบบนี้เลย

ตึก... ตึก.... ตึก..... ตึก......ตึก

ฝีเท้าของซีน่อนเริ่มหนักขึ้นและช้าลงเรื่อยๆ เหงื่อไหลลงมาอาบหน้าเต็มไปหมด เสียงหอบดังทุกย่างก้าว มือไม้สั่นจนแทบจะยกคนที่อยู่ข้างหลังไม่ไหว คอที่แห้งยิ่งกว่าทะเลทรายกำลังกระตุ้นให้เขาทานน้ำ ปากที่แห้งจนแทบแตกเขาได้แต่กัดฟันเดินต่อไป เพราะตอนนี้เขาต้องปกป้องหนึ่งชีวิตที่อยู่ข้างหลังเอาไว้

ครึก

ซีน่อนเหยียบโดนปุ่มกลไกบางอย่างจนเกิดประตูตรงพื้นขึ้นและค่อยๆเปิดอ้าออกซีน่อนที่ไม่มีแรงเหลือจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งไปข้างหน้าแต่ประตูนั้นช่างกว้างใหญ่จึงไม่สามารถหนีพ้นได้ ร่างของทั้ง 2 คนค่อยๆร่วงลงสู่ความมืด ซีน่อนรีบคว้าตัวรูบี้เอาไว้แต่มือนั้นช่างไร้เรี่ยวแรงจนทำให้หลุดมือไปอย่างง่ายดาย

ฟู่ม.......ตุบ

เสียงกระแทกลงกับพื้นที่ท่าทางจะตกลงมาสูงพอสมควรแต่ไม่ยักจะเป็นอะไร รูบี้ที่พึ่งฟื้นมองไปรอบๆก็เห็นซีน่อนนอนอยู่ใกล้ๆแต่สายตานั้นถูกสิ่งรอบข้างเบือนไปหมด ทั้งๆที่ข้างในน่าจะมืดกลับถูกแสงสีทองส่องสว่างไปทั่ว รูบี้มองไปที่แสงนั้นมันมีไปทั่วพื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมที่กว้างขวางนั้น

"สมบัติ....?!"

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา