จิตวิทยา...ตอนที่ 1: ความรู้พื้นฐานด้านจิตวิทยา

จิตวิทยา...ตอนที่ 1: ความรู้พื้นฐานด้านจิตวิทยา

 

 

1.1 ความหมายของจิต

ความหมายของจิตวิทยาที่เปนที่ยอมรับในปจจุบันคือ ศาสตรที่ศึกษาทั้งพฤติกรรมและกระบวนการทางจิตดวยระเบียบ

วิธีเชิงวิทยาศาสตร (Feldman.1996: 5)

 

จุดประสงคในการศึกษาจิตวิทยาของนักจิตวิทยามี 4 ประการ (Matlin.1995: 2)

1. ตองการบรรยาย ลักษณะพื้นฐานของพฤติกรรมและกระบวนการทางจิต โดยใชการสังเกตุอยางเปนระบบ

2. ตองการอธิบาย วาทําไมพฤติกรรมและกระบวนการทางจิตจึงเกิดขึ้นได

3. ตองการทํานาย เหตุการณที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบนพื้นฐานของเหตุการณในอดีตที่ผานมา

4. ตองการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมและกระบวนการทางจิตใหมีลักษณะที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

1.2 ความสําคัญของจิตวิทยา

จิตวิทยามีอิทธิพลและบทบาทตอการดําเนินชีวิตของมนุษย การศึกษาทางจิตวิทยาจะทําใหเขาใจความรูสึกนึก

คิดของเราเองและพฤติกรรมของคนในสังคมตอการกระทําที่เกิดขึ้น จึงทําใหสามารถใชเปนแนวทางในการประเมิน

เหตุการณตางๆ ได

 

1.3 ประวัติความเปนมาของจิตวิทยา

จิตวิทยาเริ่มศึกษามากกวา 2000 ป ในสมัยกรีกโบราณโดยศึกษาในรูปของปรัชญาดวยการศึกษาแบบ Arm Chair

Method ภายใตความเชื่อที่วา วิญญาณเปนตัวการใหเกิดมนุษยจึงมีอิทธิพลเหนือมนุษย ในขณะที่ยังมีชีวิตอยูวิญญาณ

จะสิงสถิตยอยู และจะออกจากรางกายเมื่อสิ้นชีวิตลงและสามารถที่จะกลับคืนสูรางเดิมอีกครั้ง แตเนื่องจากวิญญาณเปนเรื่อง

ที่ไมสามารถพิสูจนใหเห็นได ความสนใจที่จะศึกษาดานวิญญาณจึงลดลง และเปลี่ยนแปลงเปนการศึกษาดานจิตแทน

ในยุคการศึกษาเรื่องจิตนี้ นักปราชญชาวอังกฤษชื่อ จอหน ล็อค เปนบุคคลสําคัญที่กลาวา จิตคือ การที่บุคคลรูสึกตัว

ซึ่งเขาเรียกสิ่งนี้วาจิตสํานึก นั่นคือการที่คนเรารูวาเรากําลังทําอะไร คิดอะไรอยู มนุษยจะประกอบดวยสวนสําคัญ 2 สวนคือ

กายและจิตใจ สวนที่สําคัญที่สุดของจิตคือสวนที่ควบคุมหรือสั่งการกระทําใหเกิดการเคลื่อนไหวตางๆ ของรางกายแตในที่สุด

การศึกษาจิตวิทยาในลักษณะของจิตก็ไดรับความนิยมลดลงเนื่องจากไมสามารถพิสูจนได

ในป ค.ศ. 1879 วิลเฮลม วุนดท (Wilhelm Wund 1832-1920) บิดาแหงจิตวิทยาผูซึ่งทําใหจิตวิทยาแยกตัวออกมา

จากปรัชญาจนไดรับการยอมรับวาเปนวิทยาศาสตรที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย หองทดลองทางจิตวิทยาถูกกอตั้งขึ้นเพื่อ

ศึกษาเรื่องโครงสรางของจิตสํานึกของมนุษย (Conscious) ซึ่งถือเปนการเริ่มตนการศึกษาจิตวิทยาตามวิธีการทาง

วิทยาศาสตรอยางแทจริง

 

1.4 กลุมตางๆ ของจิตวิทยา

 

1. กลุมโครงสรางทางจิต

ผูนํากลุมความคิดนี้คือ วิลเฮลม วุนดท แนวคิดนี้สนใจศึกษาเกี่ยวกับโครงสราวของจิตสํานึกของมนุษย โดยมีแนวคิด

วาจิตสํานึกของมนุษยประกอบดวย ธาตุทางจิต 3 ชนิดคือ การรูสึก อารมณ และจินตนาการ โดยในการศึกษาจิตธาตุทั้ง 3 ชนิด

จะใชวิธีพิจารณาภายใน ซึ่งไมเปนวิทยาศาสตรเพราะขอมูลที่ไดจากการรายงานความรูสึกของผูถูกศึกษามีความเปนอัตนัยสูง

 

2. กลุมหนาที่ของจิต

แนวคิดของกลุมหนาที่ทางจิตใหความสําคัญกับวิธีการทีมนุษยใชในการปรับตัวเขากับสิ่งแวดลอมนักจิตวิทยาใน

กลุมนี้ใหความเห็นวา จิตเปนตัวกอใหเกิดปญหา เปนอวัยวะที่สําคัญที่สุดที่มนุษยใชในการปรับตัวเพื่อดํารงชีวิตอยูได ซึ่ง

แสดงใหเห็นถึงความสนใจของนักจิตวิทยาในการศึกษาความสัมพันธระหวางจิตกับพฤติกรรม

 

3. กลุมพฤติกรรมนิยม

จอหน บี วัตสัน นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผูนําแนวคิดที่สําคัญที่เสนอใหมีการศึกษาพฤติกรรมของมนุษยในดานที่

สังเกตและมองเห็นได ซึ่งจัดวาเปนการศึกษาที่เปนวิทยาศาสตร ทําใหวัตสันไดรับการยกยองวาเปนบิดาของจิตวิทยาสมัย

ใหม แนวคิดของพฤติกรรมนิยมเนนวาพฤติกรรมทุกอยางตองมีเหตุและเหตุนั้น อาจมาจากสิ่งเราในรูปใดก็ไดมากระทบอินทรีย

ทําใหอินทรียมีพฤติกรรมตอบสนอง นักคิดในกลุมนี้จึกมักศึกษาพฤติกรรมตางๆ ดวยวิธีการทดลองและใชการสังเกตุอยางมีระบบ

จากการทดลอง โดยสรุปวาการวางเงื่อนไขเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหเกิดพฤติกรรมและถาเรารูสาเหตุของพฤติกรรมเราก็จะ

สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได

 

4. กลุมเกสตอลท

กลุมเกสตอลท เปนกลุมแนวคิดทางจิตวิทยาที่ตั้งขึ้นโดยนักจิตวิทยาชาวเยอรมันพื่อโตแยงกลุมทางจิตกลุมอื่น

โดยมีแนวคิดวาการศึกษาจิตสํานึกนั้นจะตองศึกษาจากการรับรูของมนุษย ซึ่งจะมุงความสนใจไปที่หลักการตางๆ ที่เกี่ยวกับ

การจัดระบบการรับรูของมนุษยและจากการศึกาพบวามนุษย จะรับรูสวนรวมของสิ่งเรามากกวาเอาสวนยอยๆ ของสิ่งเรานั้น

มารวมกัน นอกจากจะศึกษาเกี่ยวกับการรับรูแลว นักจิตวิทยากลุมนี้ยังศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรูซึ่งถือไดวาเปนตนกําเนิดของ

การพัฒนาจิตวิทยากลุมความรูความเขาใจ

 

5. กลุมจิตวิเคราะห

ผูนําแนวคิดของกลุมนี้ไดแก ซิกมัน ฟรอยด โดยเชื่อวาพฤติกรรมทั้งหลายมีสาเหตุเกิดจากพลังที่อยูในจิตไรสํานึก

จิตสวนนี้จะรวบรวมความคิด ความตองการ และประสบการณที่ผูเปนเจาของจิตไมตองการ หรือปรารถนาที่จะจดจํา จึงเก็บกด

ความรูสึกตางๆ เหลานี้ไวใหลงอยูในจิตสวนนี้ อยางไรก็ตามการคิดความตองการ หรือความรูสึกตางๆ ที่บุคคลเก็บกดไวยังมี

พลังอยู ถาเกิดมีสิ่งใดมากระตุนขึ้น พลังนี้ก็จะแสดงอิทธิพลทําใหบุคคลเกิดพฤติกรรมบางอยางที่ไมรูสึกตัว

นอกจากนี้นักจิตวิทยากลุมนี้ยังเชื่ออีกวาพฤติกรรมทั้งหลายมีสาเหตุเกิดจากพลังที่อยูในจิตไรสํานึก ความคิดเชนนี้

ไดรับการตอตานอยางมากในตอนแรกๆ แตในเวลาตอมาหลักการทางจิตวิเคราะหไดรับการยอมรับโดยการนําไปใชในวงการ

ของจิตแพทยหรือการบําบัดรักษาอาการที่ผิดปกติทางอารมณและจิตใจ

 

6. กลุมการรูคิด

การรูการคิด (Cognition) หมายถึง การบวนการทางจิตซึ่งทําการเปลี่ยนขอมูลที่ผานเขามาทางประสาทสัมผัสไปใน

รูปแบบตางๆ กระบวนการนี้ทําหนาที่ตั้งแตลดจํานวนขอมูล (Reduced) เปลี่ยนรหัส (Code) และสงไปเก็บไว (Store) ใน

หนวยความจําและรื้อฟนเรียกคืน (Retrieve) มาไดเมื่อตองการ การรับรู จินตนาการ การแกปญหา การจําได และการคิด

คําเหลานี้ลวนอธิบายถึงขั้นตอนตางๆ เมื่อเกิดการรู-การคิด (สงคราม เชาวนศิลป. 2535: 9) นักจิตวิทยากลุมนี้คัดคานวา

มนุษยเรามิไดเปนเพียงแตหนวยรับสิ่งเราที่อยูเฉยๆ เทานั้น แตจิตจะมีกระบวนการสรางขอสนเทศขึ้นใหมหรือชนิดใหม

การตอบสนองของมนุษยขึ้นอยูกับกระบวนการทํางานของจิตในการประมวลผลขอมูล และเมื่อมีขอมูลใหมหรือประสบการณใหม

การตอบสนองก็เปลี่ยนไปได

 

7. กลุมมนุษยนิยม

จิตวิทยากลุมมนุษยนิยมพัฒนาขึ้นประมาณป ค.ศ. 1940 โดยเชื่อวาเราสามารถเขาใจถึงธรรมชาติของมนุษยไดดีขึ้น

ดวยการศึกษาถึงการรับรูของบุคคลที่เกี่ยวกับตนเอง ความคิดสวนตัวที่เขามีตอบุคคลอื่น และโลกที่เขาอาศัยอยู และยังมีความ

เชื่อวา มนุษยเรามีคุณลักษณะที่สําคัญที่ทําใหเราแตกตางไปจากสัตว คือมนุษยเรามีความมุงมั่นอยากที่จะเปนอิสระ เราสามารถ

กําหนดตัวเองไดและเรามีพลังจูงใจ (Motivational Force) ที่จะพัฒนาตนเองไปสูระดับที่สมบูรณขึ้น ที่แสดงถึงความเปนจริง

แหงตน ซึ่งหมายถึงการพัฒนาความรูความสามารถที่ตนเองมีอยูใหเต็มที่ (Self Actualization)

 

1.5 สาขาตางๆ ของจิตวิทยา

จิตวิทยาเปนวิชาที่เกี่ยวของกับพฤติกรรมของมนุษย จึงมีสาขาตางๆมากมาย บทบาทและหนาที่ของนักจิตวิทยาแตละ

สาขาก็จะแตกตางกันไป จิตวิทยาสามารถแบงออกเปนสาขาตางๆ ไดดังนี้

1. จิตวิทยาการทดลองและจิตวิทยาสรีระ

2. จิตวิทยาพัฒนาการ

3. จิตวิทยาสังคม

4. จิตวิทยาคลินิก

5. จิตวิทยาการศึกษา

6. จิตวิทยาการใหคําปรึกษา

7. จิตวิทยาทั่วไป

8. จิตวิทยาเปรียบเทียบ

9. จิตวิทยาอุตสาหกรรม

10. จิตวิทยาประยุกต

 

1.6 วิธีการคนหาความจริงทางจิตวิทยา

1. วิธีการพิจารณาตนเอง เปนการใหบุคคลแสดงความรูสึกในใจออกมาเอง โดยการบรรยายความรูสึกตางๆ ที่

ตนมีอยู ความในใจจะถูกใชเปนขอมูลเพื่อสรุปผลการศึกษาความในใจ

2. วิธีการสังเกต คือการสังเกตที่มีระเบียบ หลักเกณฑ มีเปาหมาย จากผูสังเกตุที่ผานการฝกฝนในเรื่องของการใชการ

สังเกตุ การบันทึกพฤติกรรมตามสภาพความเปนจริงที่ไดสังเกตเห็นและการตีความขอมูลนั้น จะตองไมมีความลําเอียงหรือนํา

ความคิดเห็นสวนตัวเขามาเกี่ยวของ

3. วิธีการทดลอง เปนวิธีการที่นิยมใชในการศึกษาความสัมพันธเชิงสาเหตุได โดยจะมีการกําหนดตัวแปรอิสระและ

ตัวแปรตาม ในการทดลองตองมีการควบคุมสภาพการณและกลุมตัวอยางซึ่งมี 2 ชนิดคือ กลุมควบคุม และกลุมทดลอง โดยที่

กลุมทั้งสองนี้จะตองมีสภาพแวดลอมที่เหมือนกันแตกลุมทดลองจะมีตัวแปรอิสระที่จัดกระทํา ในขณะที่กลุมควบคุมไมม ี

4. วิธีการสํารวจ เปนวิธีที่คลายกับวิธีทดลองคือมีการศึกษาตัวแปรตางๆ แตตัวแปรเหลานี้อาจไมสามารถ

ควบคุมโดยตรงทั้งหมดได วิธีการสํารวจแบงออกเปน 2 ประเภทคือ

4.1 แบบสํารวจในระยะสั้น

4.2 แบบสํารวจระยะยาว

5. วิธีคลินิก เปนวิธีการทางจิตวิทยาที่ตองการชวยใหคนมีสุขภาพดีขึ้น โดยการคนหาสาเหตุเพื่อแกไขพฤติกรรมที่

เปนปญหา นักจิตวิทยาคลินิกจะใชวิธีการหลายอยาง ประกอลเรื่องราวตามที่คนไขเลาใหฟง เพื่อวิเคราะหหาเหตุของปญหา

และแนวทางในการบําบัดรักษาตอไป

6. วิธีการศึกษาชีวประวัติบุคคล นักจิตวิทยาจะศึกษาชีวประวัติของบุคคลดวยเหตุผลที่วา ชีวประวัติของบุคคล

จะเปนขอมูลสําคัญที่ทําใหเรารูจักบุคคลนั้นอยางลึกซึ้ง เพราะทราบเบื้องหลังความเปนมาของชีวิต

7. วิธีการสัมภาษณ การสัมภาษณ คือใชวิธีถามตอบเพื่อใหไดรับความรูหรือขอมูลที่ตองการ โดยการพูดคุย โดยตรง

ระหวางผูสัมภาษณและผูถูกสัมภาษณ

 

1.7 จรรยาของจิตวิทยา

จิตวิทยาเปนเรื่องที่เกี่ยวของกับพฤติกรรมของมนุษยดวยเหตุนี้ การศึกษาทางจิตวิทยาในบางครั้งจึงตองเขาไป

เกี่ยวพันกับความเปนสวนตัวของแตละบุคคล หนวยงานที่เกี่ยวของกับจิตวิทยาเชน สมาคมจิตวิทยาแหงสหรัฐอเมริกา

(American Psychological Association) ไดตระหนักถึงความสําคัญของสวัสดิภาพของผูรับการทดลอง จึงไดมีการกําหนด

จรรยาบรรณของนักจิตวิทยาไวคือ5 ผูทําการศึกษาจะตองเคารพในความเปนสวนตัว (Privacy) มีความซื่อสัตย (Honesty)

และคํานึงถึงความปลอดภัย (Safe) ของผูรับการทดลอง

ดังนั้นในการศึกษาทดลองแตละครั้งนั้น ผูที่ทําการศึกษาจะตองอธิบายใหผูรับการทดลองทราบถึง จุดมุงหมายตลอดถึง

วิธีการที่ใชในการศึกษาและที่สําคัญคือ ควรจะตองไดรับความยินยอมในการที่จะใหความรวมมือจากผูรับการทดลอง

(สงคราม เชาวนศิลป. 2535: 22)