รวมข้อสอบเอนทรานซ์ เคมี 1

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 50 ข้อ ผู้เข้าชม : 43,502 ระดับความยาก :
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
1 )  โลหะ A ทำปฏิกิริยากับกรดโดรคลอริก แต่ B และ C ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดโดรคลอริก เมื่อนำโลหะ B จุ่มลงในสารละลายที่มีไอออน C^+ ได้โลหะ C เกาะบนโลหะ B ข้อใดถูก
ก. ความสามารถในการสูญเสียอิเล็กตรอน A > B > C

ข. โลหะ C ช่วยป้องกนการผุกร่อนของโลหะ A ได้

ค. เมื่อต่อครึ่งเซลล์  B / B^+ และ C / C^+ เข้าด้วยกัน โลหะ C จะเป็นขั้วแคโทด

ง. เมื่อนำโลหะ A จุ่มลงในสารละลาย B^+ จะได้โลหะ B เกาะบนแท่งโลหะ A
 
ก, ข และ ง
ข, ค และ ง
ก, ค และ ง
ก, ข และ ค
2 )  การแยกสารโดยวิธีโครมาโทกราฟี เมื่อใช้ตัวทำละลาย X สาร A B และ C มีค่า  R_f เท่ากับ 0.2 0.3 และ 0.6 ตามลำดับ แต่เมื่อใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y ในอัตราส่วน 1 : 1 ปรากฏว่าค่า  R_f ของสาร A B และ C เท่ากับ 0.4 0.25 และ 0.35 ตามลำดับ ข้อสรุปในข้อใดสอดคล้องกับข้อมูล
 
สาร A ถูกดูดซับได้มากกว่าสาร B และสาร B ถูกดูดซับได้ดีกว่าสาร C
สาร A ถูกดูดซับได้ดีในตัวทำละลาย X ส่วนสาร B ถูกดูดซับได้ดีกว่าสาร C
การแยกสาร A B และ C ออกจากกันนั้น ใช้ตัวทำลาย X ได้ผลดีกว่าใช้ตัวทำละลายผสมของ X และ Y
ควรใช้ตัวทำละลาย Y แยกสาร A และ B ออกจากกัน แต่ไม่ควรใช้แยกสาร B และ C ออกจากกัน
3 )  ไนโตรกลีเซอรีน สลายตัวดังสมการ

C_3H_5N_3O_9 rightarrow N_2 + CO_2 + O_2 + H_2O (สมการยังไม่ดุล)


เกิดความร้อนมหาศาล ทำให้แก๊สที่เกิดขึ้นขยายตัวอย่างฉับพลัน จึงเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ถ้าเริ่มต้นด้วยไนโตรกลีเซอรีบ 45.4 g และปฏิกิริยานี้เกิดสมบูรณ์ จะเกิดแก๊ส  N_2 CO_2 และ O_2 รวมกันกี่ลูกบาศก์เดซิเมตร ที่ STP
 
21.3
22.4
25.5
30.6
4 )  น้ำมันระกำ (เมทิลซาลิซิเลต) เตรียมได้จากปฏิกิริยาระหว่างเมทานอลกับกรดซาลิซิลิก โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา ดังสมการ

CH_3OH + C_7H_6O_3 rightarrow C_8H_8O_3 + H_2O


โดยปฏิกิริยานี้ มีร้อยละผลผลิตเท่ากับ 80 ถ้าใช้เมทานอล 30 g ทำปฏิกิริยากับกรดซาลิซิลิก 140 g จะได้น้ำมันระกำหนักกี่กรัม
 
114.0
123.4
142.5
154.2
5 )  สารละลายที่มี HNO_3  4 X 10^-^2 mol ใน 400 cm^3 ผสมกับสารละลาย KOH pH = 12 ปริมาตร 600 cm^3 ถ้าต้องการทำให้สารละลายผสมมี pH = 7 จะต้องเติมสารละลายในข้อใด
 
Ca(OH)_2 0.20 mol/dm^3 ลงไปอีก 85 cm^3
NaOH 0.20 mol/dm^3 ลงไปอีก 150 cm^3
HCl 0.20 mol/dm^3 ลงไปอีก 150 cm^3
H_2SO_4 0.20 mol/dm^3 ลงไปอีก 85 cm^3
6 )  ก. (C_2H_5)_2NH + H_2O rightleftharpoons (C_2H_5)_2NH^+_2 + OH^- k_b = 6.9 x 10^-^4 ข. C_2H_5NH_2 +H_2O rightleftharpoons C_2H_5NH^+_3 + OH^- k_b = 4.5 x 10^-^4 ค. (CH_3)_2NH + H_2O rightleftharpoons (CH_3)_2NH^+_2 + OH^- k_b = 5.4 x 10^-^4 ถ้าสารละลายทั้งสามมีความเข้มข้นเริ่มต้นเท่ากัน และเมื่อถึงภาวะสมดุลที่อุณหภูมิเดียวกัน ข้อใดถูก
 
1
2
3
4
7 )  ข้อใดที่อธิบายเกี่ยวกับธาตุ _9A _1_9D _3_4E และ _3_5G ไม่ถูกต้อง
 
_9A และ _3_5G มีสมบัติทางเคมีคล้ายกัน
_1_9D มีรัศมีไอออนน้อยกว่า _3_4E
_3_5G มีระดับพลังงานชั้นยอกสุด คือชั้น N
_3_4E มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีมากว่า _9A
8 )  ธาตุกัมมันตรังสี A สลายตัวได้ ดังสมการ

^y_xA rightarrow ^{y-4}_{x-2}B + ^4_2He

ถ้าเริ่มต้นด้วย A หนัก 80 g เมื่อเวลาผ่านไป 21 วันปรากฏว่ามี A เหลือ 10 g จงหาครึ่งชีวิตของ A (วัน) และจำนวนอนุภาคแอลฟาที่เกิดขึ้น

กำหนดมวลอะตอมของ A = 200 และเลขอาโวกาโดร =  6.0 x 10^2^3
 
7 และ 2.1 x 10^2^3
10 และ 4.2 x 10^2^3
14 และ 6.3 x 10^2^3
21 และ 8.4 x 10^2^3
9 )  การทำให้เอทานอลและเอทิลแอซีเตต เดือดกลายเป็นไอ พลังงานที่ใช้เพื่อเอาชนะแรงระหว่างโมเลกุลเป็นไปตามข้อใด

ก. แรงดึงดูดระหว่างขั้ว
ข. พันธะไฮโดรเจน
ค. แรงลอนดอน
ง. แรงระหว่างประจุไฟฟ้า
 
เอทานอล ---> ก ข // เอทิลเอซีเตต ---> ก ค
เอทานอล ---> ก ข // เอทิลเอซีเตต ---> ก ข ค ง
เอทานอล ---> ก ข ค // เอทิลเอซีเตต ---> ก ข ค ง
เอทานอล ---> ก ข ค // เอทิลเอซีเตต ---> ก ค
10 )  ไฮโดรคาร์บอน Y มีสูตรโมเลกุล C_6H_1_4 เมื่อทำปฏิกิริยากับแก๊สคลอรีนในที่มีแสงให้ผลิตภัณฑ์ C_6H_1_3Cl ข้อใดเป็นโครงสร้างของ Y ที่ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นไอโซเมอร์กันจำนวนมากที่สุด
 
11 )  ของเหลวใส 2 ชนิด ต่างก็ไม่มีสีและกลิ่น ของเหลวชนิดหึ่งเป็นสารบริสุทธิ์ และอีกชนิดหนึ่งเป็นสารละลาย การทดลองใดใช้จำแนกของเหลวทั้งสองได้
 
ระเหยแห้ง
วัดความหนาแน่น
วัดจุดเดือด
ทำทั้ง 3 วิธีแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน
12 )  เมื่อละลายน้ำตาลทราย (มวลโมเลกุล 342 ) หนัก 34.2 g ในน้ำ 200 g (K_b ของน้ำมีค่าเท่ากับ 0.50^0C    kg.mol^{-1} ) พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้
ก. ความเข้มข้นของสารละลายนี้ในหน่วยโมแลลลิตีอาจแทนด้วยความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี
ข. จุดเดือดของสารละลายนี้คือ 100.4^0C
ค. ความหนาแน่นของสารละลานนี้มีค่าเท่ากับ 1.17 g /cm^3
ง. เมื่อเคี่ยวน้ำเชื่อมนี้ต่อไปจนน้ำหนักของสารละลายลดลงเป็น 134.2 g จุดเดือดของสารละลายจะเพิ่มเป็น 100.5^0C
ข้อใดถูก
 
ก, ข และ ค
ก, ค และ ง
ก, ข และ ง
ข, ค และ ง
ไม่มีคำตอบ
13 )  กำหนดค่าความดันไอของของเหลว A และ B ที่อุณหภูมิ 30^0C และ 80^0C ดังนี้




















อุณหภูมิ^0C
ความดันไอ (atm)
ของเหลวA ของเหลวB
30
0.2
0.3
80
0.4
0.7

ข้อสรุปใดถูก
ก. ของเหลว B เดือดที่อุณหภูมิต่ำกว่าของเหลว B
ข. ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของของเหลว B < ของเหลว A
ค. แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของ B < แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของ A
ง. มวลโมเลกุล B < มวลโมเลกุลของ A
 
ก และ ข เท่านั้น
ก, ข และ ค เท่านั้น
ก, ข และ ง เท่านั้น
ก, ข, ค และ ง
14 )  แก๊ส N_2O_5 สลายตัว ดังสมการ

2N_2O_5  rightarrow  4NO_2  +  O_2

ถ้าอัตราการสลาย N_2O_5 มีค่าคงที่เท่ากับ 1.8  x  10^{-5} โมลต่อวินาที เมื่อเวลาผ่านไป 5 วินาที
ข้อสรุปใดถูก
 
เกิด NO_2  =  9.0  x  10^{-5} โมล
เกิด NO_2  =  4.5  x  10^{-5} โมล
เกิด O_2  =  18  x  10^{-5} โมล
เกิด O_2  =  4.5  x  10^{-5}โมล
15 )  กำหนดให้ NO_2(g) NO(g) + O(g)  K = 6.8 x 10^{-34} ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้มีค่าเป็นเท่าใด O_2(g)  +  O(g)  rightleftharpoons  O_3(g)
 
2.6  x  10^{81}
8.7  x  10^{14}
1.2  x  10^{-15}
3.9  x  10^{-82}
16 )  จากปฏิกิริยาต่อไปนี้
ก. 2CO_2(g)  rightleftharpoons  2CO(g)  +  O_2(g)
ข. 2NO_2(g)  rightleftharpoons  2NO(g)  +  O_2(g)
ค. 2SO_3(g)  rightleftharpoons  2SO_2(g)  +  O_2(g)
เมื่อสลายสารข้างต้น 12 g ในภาชนะขนาด 2 dm^3 ที่อุณหภูมิหนึ่ง เมื่อระบบเข้าสู่สมดุลพบว่ามีออกซิเจน 1.12 dm^3 ที่ STP
การเรียงลำดับค่าคงที่ที่สมดุลของแต่ละปฏิกิริยา ข้อใดถูก
 
ก < ข < ค
ข < ค < ก
ค < ก < ข
ค < ข < ก
17 )  จากการทดลองจุ่มโลหะลงในสารละลายต่อไปนี้






















โลหะ
สารละลาย
ผลการทดลอง
Pb
Ni^{2+}
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
Ni
Cd^{2+}
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
Pb
Ag^+
เกิดการเปลี่ยนแปลง

และเมื่อจุ่ม Pb ลงในกรด HCl พบว่าเกิดแก๊ส H_2 ขึ้น โลหะในข้อใดต่อไปนี้สามารถเกิดปฏิกิริยากับ HCl ได้ผลเช่นเดียวกับ Pb แน่นอน
 
Ag และ Ni
Ag และ Cd
Cd และ Ni
Cd เท่านั้น
18 )  น้ำกระด้างตัวอย่างมี SO^{2-}_4 และ HCO^-_3 96 และ 183 ppm ตามลำดับโดยมีไอออนบวกเป็น Ca^{2+} เท่านั้น ปริมาณของ Ca^{2+} ในหน่วย ppm มีค่าเท่าใด
 
100
160
188
279
19 )  สังกะสีและกำมะถันทำปฏิกิริยาการเกิดซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS) ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่ใช้ในสารเรืองแสงที่เคลือบผิวด้านของหลอดภาพโทรทัศน์ ถ้าให้สังกะสี 29.25 g ทำปฏิกิริยากับกำมะถัน 16.0 g เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์จะมีสารใดเหลือ และเหลือกี่กรัม
 
Zn, 3.25
Zn, 6.5
S, 0.8
S, 1.6
20 )  เมื่อสารละลายซัคคาริน 91.5 กรัมในน้ำ 1 ลิตร ได้สารละลายที่มีจุดเยือกแข็ง -0.93^0C ( (K_f น้ำ = 1.86^0C  kg  mol^{-1} ) และซัคคารินประกอบด้วยร้อยละโดยมวลของธาตุดังนี้ C = 45.90, H = 2.73, O = 26.23, N = 7.65 และ S = 17.49
จงหาสูตรโมเลกุลของซัคคาริน
 
C_5H_7O_3NS
C_7H_5O_3NS
C_8H_9O_2NS
C_{14}H_{10}O_6N_2S_2
21 )  แก๊ส X ปริมาตร  V_1 และความดัน  P_1 ถ้าลดปริมาตรลงครึ่งหนึ่ง แก๊สจะมีความดันเท่ากับ  P_2 แต่ถ้าลดปริมาตรลงเหลือ frac{1}{6} ของปริมาตร  V_1 แก๊สจะมีความดันเท่ากับ  P_3 กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดที่อุณหภูมิ และมวลของแก๊สคงที่ ความสัมพันธ์ระหว่าง  P_1  P_2 และ  P_3 ในข้อใดถูกต้อง
 
frac{P_1}{P_2} = frac{P_3}{2}
frac{P_1}{P_3} = frac{P_2}{6}
P_1 x P_2 = frac{P^2_3}{6}
P_1 x P_3 = frac{3P^2_2}{2}
22 )  ในการทดลองการแพร่ของแก๊ส A และแก๊ส B โดยให้ทำปฏิกิริยากันในหลอดแก้ว ดังรูป ปล่อยแก๊สทั้งสองเข้าไปในหลอดแก้วพร้อมๆ กัน ปรากฏว่าได้สาร C ดังสมการ A(g) + B(g) rightarrow C(s) เมื่อวัดตำแหน่งของสาร C พบว่าเกิดอยู่ใกล้ทางเข้าแก๊ส B มากกว่า แก๊ส A ข้อใดผิด
 
แก๊ส A แพร่ได้เร็วกว่าแก๊ส B
แก๊ส B มีมวลโมเลกุลสูงกว่าแก๊ส A
แก๊ส A และแก๊ส B มีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน
โมเลกุลของแก๊ส A เคลื่อนที่เข้าหาโมเลกุลของแก๊ส B โดยไม่มีการเปลี่ยนทิศทาง
23 )  การเปรียบเทียบสมบัติของแก๊ส He H_2 และ  CH_4 ในข้อใดถูก
 
เมื่อมวลเท่ากัน จะมีปริมาตรเท่ากันที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน
ที่อุณหภูมิเดียวกัน เมื่อมวลและปริมาตรเท่ากัน แก็ส H_2 จะมีความดันมากที่สุด
ที่อุณหภูมิเดียวกัน และความดันเดียวกัน แก๊สทั้ง 3 จะมีอัตราการแพร่เท่ากัน
เมื่อนำแก๊สผสมทั้ง 3 มาลดอุณหภูมิ แก๊ส  CH_4 จะควบแน่นเป็นลำดับสุดท้าย
24 )  กำหนด สภาพการละลายได้ของสารเป็นกรัมในน้ำ 100 g ข้อใด ถูก
 
เมื่อนำสารละลายอิ่มตัวของ B และ C ที่ 25 ^oC อย่างละขวดไปไว้ในตู้เย็น จะได้ผลึกของ B
ที่อุณหภูมิ 25 ^oC สาร A และ B เป็นของแข็ง ส่วน C และ D เป็นแก๊ส
ที่อุณหภูมิ 100 ^oC สาร A 98g ละลายได้ในน้ำ 100g
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสาร D > B > A > C
25 )  แก๊สผสมระหว่าง A B และ C ทำปฏิกิริยากันในภาชนะปิด ได้สาร D เมื่อทำการวิเคราะห์มวลของ A B C และ D ที่เวลาต่างๆ ได้ผลดังนี้ สมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น และปริมาณของ A B C และ D เมื่อเวลาผ่านไป 5 นาทีควรเป็นข้อใด
 
26 )  ปฏิกิริยา  A + B rightleftharpoons 2C ถ้ามีสาร A และ B อย่างละ 1.0 โมล ในภาชนะ 1 dm^3 เมื่อถึงภาวะสมดุล มีสาร C เกิดขึ้น 0.4 mol/dm^3 จงหาค่าที่สมดุลของปฏิกิริยา

 C rightleftharpoons frac{1}{2}A + frac{1}{2}B
 
1.3
2.0
4.0
16.0
27 )  จากค่าคงที่สมดุลที่ 25 ^oC (K_2_5) และที่ 100 ^oC (K_1_0_0) ของปฏิกิริยาที่กำหนดให้ ข้อใดสอดคล้องกับข้อมูลที่กำหนด
 
ปฏิกิริยาทั้งสามเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ที่ภาวะสมดุลปฏิกิริยา ข ที่อุณหภูมิ 100 ^oC จะได้ผลิตภัณฑ์เป็น 4 เท่าของปฏิกิริยาที่ 25 ^oC
เมื่อเพิ่มจำนวนโมลของ A ในปฏิกิริยา ก เป็น 1,000 เท่า จะได้ค่า K_25 เท่ากับของปฏิกิริยา ข
ที่ความเข้มข้นของสารตั้งต้นของปฏิกิริยาทั้งสามเท่ากัน
เมื่อเข้าสู่ภาวะสมดุลที่ 25 ^oC ปฏิกิริยา ค จะให้ผลิตภัณฑ์มากที่สุด
28 )  กำหนด  E^0_c_e_l_l ของเซลล์กัลวานิกให้ดังนี้

 Pb(s) / Pb^2^+(aq) // Sn^4^+(aq), Sn^2^+(aq) / Pt(s)	---->  E^0_c_e_l_l = +0.28

 Co(s) / Co^2^+(aq) // Pb^2^+(aq) / Pb(s)	----> E^0_c_e_l_l = +0.15


ปฏิกิริยา Sn^2^+(aq) + Co^2^+(aq) rightarrow Sn^4^+(aq) + Co(s)
มีค่า  E^0_c_e_l_l กี่โวลต์
 
-0.13
+0.13
-0.43
+0.43
29 )  แก๊สมีเทน 20.8 กรัม ทำปฏิกิริยากับแก๊สคลอรีนที่มากเกินพอได้  CH_3Cl CH_2Cl_2 และ  CHCl_3 5.05 17.0 และ 59.75 กรัม ตามลำดับ และ CCl_4 เกิดขึ้นกี่กรัม
 
30.8
63.6
77.0
86.6
30 )  จากตารางต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
 
ก และ ข
ก และ ข
ค และ ง
ก และ ค
31 ) 




















กรดไขมัน
สูตรโครงสร้าง
ปาล์มิติก CH_3(CH_2)_1_4COOH
ปาล์มิโตเลอิก CH_3(CH_2)_5CH = CH(CH_2)_7COOH
สเตียริก CH_3(CH_2)_1_6COOH

โอเลอิก

CH_3(CH_2)_7CH = CH(CH_2)_7COOH


ไขมันชนิดหนึ่งทำปฏิกริยาสะปอนนิฟิเคชัน กับโซเดียมไฮดรอกไซด์จำนวน 12.0 กรัม ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือโซเดียมของกรดไขมัน 82.8 กรัม และกลีเซอรอล กรดไขมันของไขมันชนิดนี้ ควรเป็นกรดใด
 
ปาล์มิติก
ปาล์มิโตเลอิก
สเตียริก
โอเลอิก
32 )  สตัลลิมัยซิน เป็นสารแอนติไบโอติกและต้านไวรัสได้จากเชื้อสเตร็บโตมัยชิน มีโครงสร้างดังรูป ข้อใดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของสตัลมัยซิน
 
33 ) 
ยาลดกรดชนิดหนึ่งบดละเอียดหนัก 1.00  g ค่อยๆ เติม HCl เข้มข้น 1.0 mol/dm^3 ลงไปจนครบ 15.0 cm^3 เขย่าจนไม่เกิดฟองแก๊สอีก 
อุ่นให้ร้อนแล้วกรองส่วนที่ไม่ละลายออก ถ่ายของเหลวลงในขวดวัดปริมาตรขนาด 100 cm^3 พร้อมน้ำล้างตะกอนเติมน้ำกลั่นจนถึงขีดบอกปริมาตร
100 cm^3 เขย่าจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปิเปตต์สารละลายที่ได้ 10.0 mol/dm^3 ไทเทรตกับ NaOH เข้มข้น 0.10 ที่จุดยุติใช้ 12.50

จงคำนวนปริมาณ CaCO_3 ในยาลดกรดตัวอย่าง เป็นร้อยละโดยมวล
 
12.5 % โดยมวล
22.5 % โดยมวล
30 % โดยมวล
32.5 % โดยมวล
34 ) 
ธาตุ A มี 2 ไอโซโทป ซึ่งมีมวล 14.0 และ 12.9 ธาตุ B มีมวลเฉลี่ยเท่ากับ 36.0 สารประกอบ 
AB_4
มีมวลโมเลกุล 157
จงหาร้อยละของไอโซโทปที่มีมวล = 14.0 (ตอบทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
 
9.09 %
10.09 %
19.05 %
29.09 %
35 )  แก๊สผสม SO_2 และ NO_2 ในภาชนะขนาด 1 dm^3 เกิดปฏิกิริยาดังสมการ

SO_2 + NO_2 rightleftharpoons SO_3 +NO

เมื่อเข้าสู่ภาวะสมดุลพบว่ามี SO_3 NO และ SO_2 อย่างละ 0.60, 0.40, 0.10 และ 0.80 mol ตามลำดับ ถ้าต้องการเพิ่มปริมาณ NO_2
ให้เป็น 0.30 mol จะต้องปล่อยแก๊ส NO เข้าสู่ภาชนะกี่โมลที่อุณหภูมิและความดันคงที่
 
2.05 mol
3.05 mol
4.05 mol
5.05 mol
36 )  ปรากฏการณ์ข้อใดที่คายพลังงาน
 
ทาแอลกอฮอล์บริเวณผิวหนังแล้วรู้สึกเย็น
เทไนโตรเจนเหลวบนพื้นเวทีเพื่อให้เกิดควันขาว
ใส่เม็ดเกลือบนน้ำแข็งในถังทำไอศกรีมทำให้อุณหภูมิต่ำกว่า
การเกิดหยดน้ำเกาะที่กระจกด้านนอกห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ
37 )  แก๊สชนิดหนึ่งหนัก 3.20 g มีปริมาตร 2.00 ที่อุณหภูมิ ความดัน 0.5 atm แก๊สนี้มีมวลโมเลกุลเท่าใด
ข้อความใดผิด
 
22.4
39.4
78.8
157.6
38 )  พิจารณาผลการทดสอบสารอินทรีย์ต่อไปนี้ สารในข้อใดเป็นไปได้
 
1
2
3
4
39 )  เมื่อนำ A ซึ่งเป็นสารปรักอบพวกเตตระเฟปไทด์ไปย่อยสลายอย่างสมบูรณ์โดยการต้มกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเจือจางพบว่า ได้กรดอะมิโนเพียง 3 ชนิด สูตรโครงสร้างของ A ในข้อใดเป็นไปได้
 
40 )  ข้อความใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับน้ำมันที่มีเลขออกเทน 95
 
ได้จากการปรับปรุงน้ำมันที่มีเลขออกเทนต่ำโดยการเติมสารเพิ่มเลขออกเทน เช่น MTBE
ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบกว่าน้ำมันมีเลขออกเทน 91
ประกอบด้วยเลขไอโซออกเทน 95 และ เฮปเทน 5
ใช้ได้กับเครื่องยนต์แบบแก๊สโซลีน
41 )  กำหนดให้
































สารละลาย
ความเข้มข้น
ปริมาตร
ร้อยละการแตกตัวของกรด
HA
1 x 10^{-3}
20
80
HB
1 x 10^{-2}
50
50
HC
1 x 10^{-1}
100
40
HD
1
250
30



ข้อใดถูก
 
NaOH 0.04 โมล ทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย HC
สารละลาย HB มีปริมาณ H^+ น้อยกว่าในสารละลาย HC
สารละลาย HA มี pH = 3
กรด HD เป็นกรดอ่อนที่สุด
42 )  พิจารณาสีของสารละลาย X เมื่อเติมอินดิเคเตอร์ชนิดต่าง ๆ ต่อไปนี้
































อินดิเคเตอร์
ช่วง pH ที่เปลี่่ียนสี
สีที่เปลี่ยน
สีของสารละลายX
โบรโมฟีนอลบลู
3-4.6
เหลือง - น้ำเงิน
เขียวอมน้ำเงิน
ไทมอลบลูเมทิล
ออเรนจ์
3.2-4.4
แดง - เหลือง
ส้มเหลือง
เมทิลเรด
4.2-6.3
แดง - เหลือง
ส้มแดง


สารละลาย X ควรมี pH อยู่ในช่วงใด
 
3 – 6.3
3.2 – 4.6
4.2 – 4.4
4.2 – 4.6
43 )  P, Q, R, S และ T เป็นธาตุสมมติ มีเลขอะตอม 7, 14, 15, 16 และ 33 ตามดำลับ ธาตุใดบ้างที่มีสมบัติแตกต่างจากธาตุ T
 
Q และ S เท่านั้น
P และ R เท่านั้น
Q, R และ S เท่านั้น
P, Q, R และ S
44 )  พิจารณากระบวนการต่อไปนี้ A เป็นแร่หินชนิดหนึ่ง B เป็นผงสีขาว มีสูตร MO เมื่อละลายน้ำมีสมบัติเป็นเบส C เป็นแก๊สไม่มีกลิ่น เมื่อละลายน้ำมีสมบัติเป็นกรด M และ C ในข้อใดเป็นไปได้ตามลำดับ
 
Ca และ SO_2
Ba และ CO_2
Al และ CO_2
Be และ SO_2
45 )  ข้อใดเรียงค่ามุมพันธะได้ถูกต้อง
 
BF_3  > PCl_3 > CH_4 > BeCl_2
Cl_2O > BF_3 > CH_4 > BeH_2
CO_2 > CH_4 > BF_3 > Cl_2O
CS_2 > BCl_3 > CH_4 >PCl_3
46 )  กำหนดธาตุ X, Y, Z มีเลขอะตอมเท่ากับ 5, 16 และ 50 ตามลำดับ จงพิจารณาสารประกอบต่อไปนี้
ก. XF_3
ข. YO_3
ค. ZCl_3^-
สารประกอบในข้อใดที่มีรูปร่างโมเลกุลเป็นพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
 
ก เท่านั้น
ก และ ข
ค เท่านั้น
ข และ ค
47 )  สารในข้อใดที่อะตอมกลางของสารทั้งสองมีจำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดียวไม่เท่ากันแต่เมื่อรวมกันจะได้ 4 คู่
 
PBr_3, ClF_3
H_2O, H_2S
PCl_3, I^-_3
PCl_5, SF_4
48 )  A มีสูตรโมเลกุล C_8H_{16} ทำปฏิกิริยากับโบมีนเฉพาะเมื่อมีแสงสว่างเท่านั้น
ข้อความใดผิด
 
A เป็นไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว
A ติดไฟให้เปลวไฟมีเขมาควันมาก
A เป็นไฮโดรคาร์บอนแบบวง
A ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลาย KMnO_4
49 )  เกลือสินเธาว์มีไอโอดีนในระดับต่ำ (1 mg kg^{-1}) เมื่อเทียบกับเกลือสมุทร (4 mg kg^{-1}) ดังนั้น หากจะนำเกลือสินเธาว์ไปใช้ในการบริโภคมักต้องเติมไอโอดีนลงไปในรูปของเกลือโซเดียมไอโอเดต (NaIO_3) จะต้องเติมเกลือโซเดียมไอโอเดตอย่างน้อยกี่กรัมลงในเกลือสินเธาว์ 1 kg เพื่อให้เกลือนั้นมีระดับของไอโอดีนเท่ากับเกลือสมุทร
 
1.9
3.0
4.7
6.2
50 )  กำหนดสารลายบัฟเฟอร์ A และ B ดังแสดงในตาราง














สารละลายบัฟเฟอร์
องค์ประกอบ
A
H_3PO_4/NaH_2PO_4
B
NaH_2PO_4/Na_2HPO_4

ก. เมื่อเติม HCl ปริมาณเล็กน้อยลงใน A H^+ จาก HCl จะทำปฏิกิริยากับ H_2PO^-_4
ข. เมื่อเติม NaOH ปริมาณเล็กน้อยลงใน B OH^- จาก NaOH จะทำปฏิกิริยากับ H_2PO^-_4
ค.คู่เบสของสารละลายบัฟเฟอร์ Aและ BคือH_2PO_4^-และHPO_4^{-2}ตามลำดับ
ง.คู่เบสของสารละลายบัฟเฟอร์ Aและ BคือH_3PO_4และHPO_4^-ตามลำดับ
ข้อสรุปที่ถูกคือข้อใด
 
ก และ ค เท่านั้น
ข และ ง เท่านั้น
ก, ข และ ค
ก, ข และ ง