Home บทความเรียนต่อนอก สารพัดเคล็ด (ไม่) ลับ: เด็กไทยไปเรียนนอก
ศึกษาต่อต่างประเทศ
:::สนใจติดต่อลงโฆษณากับเว็บไซต์วิชาการดอทคอม ติดต่อได้ที่ 02-9620127:::ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนนอก จะไปต่อประเทศไหนดี ดูได้ที่นี่เลย abroad ^_^:::
สารพัดเคล็ด (ไม่) ลับ: เด็กไทยไปเรียนนอก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ปอมเม่   
วันอังคารที่ 24 มกราคม 2012 เวลา 05:27 น.
ขอขอบคุณบทความจาก http://www.osknetwork.co

           
สารพัดเคล็ด (ไม่) ลับ: เด็กไทยไปเรียนนอก 
...การไปเรียนต่อเมืองนอกของนักเรียนไทยหลายคนอาจมีเหตุผลแตกต่างกัน บ้างไปเพื่อความโก้เก๋ เห่อของนอก ตามเพื่อน บ้างตั้งใจสอบชิงทุนเองไม่ว่าจะเป็นทุน ก.พ.หรือทุน พ.ม. (พ่อแม่) และเกือบจะทุกคนมักกังวลกับการเลือกประเทศ มหาวิทยาลัย สาขาวิชาที่เรียน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการศึกษาต่อต่างประเทศ แนะเคล็ด (ไม่) ลับว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลาเปล่ากับการดั้นด้นไปเรียนเมืองนอก หรือจบลงด้วยการถูกหลอกและฆ่าตัวตาย ต้อง "เตรียมตัว เตรียมใจ" ไปใช้ชีวิตต่างแดนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ข้อมูลที่พรั่งพรูออกมาจากผู้เชี่ยวชาญการศึกษาต่อต่างประเทศในวงเสวนาเล็กๆ เรื่อง อยากรู้...อยากไป...ประเทศไหนดี ในงานมหกรรมการศึกษาเพื่ออนาคตของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ทำเอาบรรยากาศในห้องเสวนาเงียบกริบ ทั้งๆ ที่มีนักเรียนนักศึกษาที่สนใจไปเรียนต่อต่างประเทศแห่เข้าฟังแทบล้นห้อง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีกำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อปริญญาโท ดังนั้น วงเสวนาจึงให้น้ำหนักกับการศึกษาต่อปริญญาโทมากเป็นพิเศษ 

เริ่มด้วยผู้สันทัดกรณีการศึกษาต่อในเอเชีย ปราโมทย์ เสตสุวรรณ ผู้ดำเนินงานด้านการให้คำปรึกษาการศึกษาต่อ ญี่ปุ่น เล่าว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศหนึ่งที่เด็กไทยไปเรียนต่อกันมาก ข้อดีของการไปเรียนประเทศนี้คือ รัฐบาลจะช่วยออกค่าเทอมให้นักเรียนทุน 30% ค่าประกันสุขภาพ 70% การไปเรียนปริญญาโท ภาษาต้องแน่น แรกๆ ควรนำดิกชันนารีฉบับอังกฤษ-ไทย ติดตัวไปด้วยเพื่อช่วยในการเรียน เน้นการทำวิทยานิพนธ์ เมื่อเรียนจบทุกคนจะมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่มีการแบ่งเกรดหรือเกียรตินิยม ต่างกันเพียงจบคนละมหาวิทยาลัยเท่านั้น เสียค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 4-5 แสนบาท  "การเตรียมตัวเตรียมใจอยู่ในญี่ปุ่นไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ คนภายนอกมองว่าคนญี่ปุ่นเร่งรีบ ไม่สนใจใคร แต่ที่จริงแล้วเขาใจดีเหมือนคนไทย ขอความช่วยเหลืออะไรเขาจะตั้งใจช่วยอย่างเต็มที่ ปัจจุบันประชากรญี่ปุ่นเริ่มลดน้อยลง ขอเพียงไม่เลือกมหาวิทยาลัยท็อปเท็น นักเรียนต่างชาติมีโอกาสสอบได้แน่นอน จบมาหางานง่ายทั้งในญี่ปุ่นและไทย ทำหน้าที่ล่าม แปลเอกสาร มีเงินเดือนเป็นแสนบาท" ปราโมท กล่าว 

                                  

ลัดฟ้าไปที่ นิวซีแลนด์ ดินแดนในฝันของใครหลายคน ปิยะรส งามวิไลกร ศูนย์การศึกษา สถานทูตนิวซีแลนด์ บอกว่าการศึกษาที่นี่จะอิงกับประเทศอังกฤษ คะแนนไอเอล 7 โทเฟล 600 ขึ้นไป ฟังแล้วอาจจะสูงมาก แต่ทั้งประเทศมีมหาวิทยาลัยเพียง 8 แห่งและเป็นของรัฐทั้งหมด ใช้มาตรฐานเดียวกัน ใครจบที่ไหนก็เดินยืดอกได้เหมือนกัน เชื่อว่านักเรียนไทยมีความรู้ความสามารถเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ได้ทุกคน สำคัญอยู่ที่ว่ามีพร้อมพอหรือยังที่จะเปลี่ยนการเรียนที่คอยจดตามอาจารย์ มาเป็นการเรียนด้วยตัวเอง  "อยากให้ถามตัวเองว่า พร้อมหรือยังที่อาจารย์ให้หนังสือมาอ่าน 1 เล่ม แล้วให้เข้าห้องสมุดค้นหาความรู้เพิ่ม อาทิตย์หน้ามานั่งถกกัน เพื่อฝึกพูด ฝึกเขียนไปในตัว ตั้งคำถามเองได้ นิวซีแลนด์เน้นการทำวิทยานิพนธ์ 60-80% ที่เหลือเรียนในชั้นเรียน ข้อดีคือจะเปิดโอกาสให้นักเรียนทดลองเรียนก่อน แม้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงปีละกว่า 1 ล้านบาท แต่ที่นี่มีอัตราการก่ออาชญากรรม 0.1 รับรองว่าปลอดภัย" ปิยะรส กล่าว  เมื่อพูดถึงนิวซีแลนด์แล้ว ไม่พูดต้นแบบการศึกษาอย่าง ประเทศอังกฤษ จะดูกระไรอยู่ อุไรวรรณ สะโมลี ผู้จัดการด้านการศึกษาบริติชเคาน์ซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นแบบการศึกษาผู้ดีอังกฤษคุณภาพต้องคับแก้ว สิ่งสำคัญผู้เรียนต้องเตรียมใจรับกับสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากไทยให้ได้ เรียนแบบเน้นการอภิปรายให้คิด ทำรายงานเดี่ยว กลุ่ม โต้ตอบกับอาจารย์ เน้นการทำวิทยานิพนธ์ ค่าใช้ปีละ 1.2 ล้านบาท ส่วนอุปนิสัยชาวเมืองผู้ดี ถ้ายังไม่สนิทอาจจะมองว่าคบยาก แต่จริงๆ แล้ว เขาอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ค่อนข้างให้เกียรติคน 

ส่วนทางฝั่ง สหรัฐอเมริกา นิราวัล ยังมีสุข อดีตเจ้าหน้าที่จัดหาสถานศึกษาของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา บอกว่า หากนักเรียนคนไหนมีทุนมาก อยากแนะนำให้เดินทางไปเรียนภาษาที่อเมริกาเลย เลือกเรียนโรงเรียนภาษาของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสอบไปเรียนต่อ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนที่บ่อย เพราะอาจจะขว้าง ไม่มีเพื่อน การเรียนเน้นทำวิทยานิพนธ์ ค่าใช้จ่ายขึ้นปีละประมาณ 1.5-2 ล้านบาทขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐและมหาวิทยาลัย  ข้อมูลเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เป็นเพียงคำบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์เท่านั้น ตัวนักเรียนนักศึกษา ต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจจากหน่วยงานต่างๆ ให้มาก อาทิ สถานทูต ศูนย์แนะแนวการศึกษาและข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน ก.พ. ผ่านสายด่วน 1786 หรือ http://www.ocsc.go.th ไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือผิดพลาดน้อยที่สุด 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 มกราคม 2012 เวลา 05:36 น.
 

Add comment

Security code
Refresh