|
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณเป้ www.dek-d.com
เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์วิธีเตรียมตัวเรียนต่อนอกเช่นเคยนะคะ .... น้องๆ เคยได้ยินมั้ยว่า มีบางคนที่เดินทางไปเมืองนอก แต่กลับไม่ได้เข้าประเทศ แถมยังถูกส่งกลับอีกต่างหาก !! อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ เพราะเรื่องแบบนี้เกิดค่อนข้างบ่อยมาก(สำหรับคนไทย) ถ้าใครอยากรู้ว่าทำไมถึงเหตุการณ์แบบนี้ได้ วันนี้ พี่เป้ จะเล่าให้ฟังค่ะ
เรื่องของเรื่องก็เริ่มต้นมาจากคนไทยกลุ่มหนึ่งที่คิดอยากจะไปทำงานเมืองนอก โดยไม่ทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง คือไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้องตามกฏหมายนั่นเอง คนกลุ่มนี้จะซื้อตั๋วเครื่องบินไปยังประเทศปลายทางแล้วเข้าประเทศนั้นในสภาพของนักท่องเที่ยว แต่สุดท้ายก็เที่ยวประสาอะไรไม่รู้นะคะ เที่ยวกันเพลินซะจนไม่กลับเมืองไทยซะเลย (หึๆ) ซึ่งเรามักจะเรียกคนพวกนี้ว่า "โดดวีซ่า" หรือ "โรบินฮูด" ที่มักจะหลบเข้าไปทำงานที่ผิดกฏหมาย เช่น ถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจจะไปค้าประเวณี หรือถ้าไปทำงานที่ถูกกฏหมาย เช่น แม่บ้าน พ่อครัว ก็ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะเข้าประเทศมาแบบผิดกฏหมายนั่นเองค่ะ ยกตัวอย่างก็ง่ายๆ เลย ถ้าใครยังจำกันได้กับภาพยนตร์ไทยเรื่องหนีตามกาลิเลโอ ที่ตัวเอกของเรื่องเข้าประเทศอังกฤษด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ดันไปทำงานตามร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ดังนั้นเวลาเจอตำรวจก็ต้องวิ่งหนีสถานเดียวค่ะ อย่างประเทศออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์เนี่ย เชื่อมั้ยคะว่าในอดีตนั้นเราสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ปรากฏว่ามีคนไทยหนีเข้าไปทำงานกันเป็นจำนวนมาก ทำให้คนไทยรุ่นหลังๆ อย่างพวกเรารับความซวยกัน เพราะตอนนี้ไม่ว่าคนไทยจะไปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป อเมริกา ก็ต้องขอวีซ่าทั้งหมดเลย T^T เพราะวีซ่าจะเป็นตัวช่วยการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า คนๆ นั้นจะต้องกลับมาเมืองไทยแน่นอน  อย่างไรก็ตาม เมื่อน้องๆ ได้วีซ่ามาแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่า เมื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทางแล้ว ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือ Immigration จะอนุญาตให้น้องๆ เข้าประเทศนั้นได้แบบผ่านฉลุยนะคะ แม้กระทั่งวีซ่านักเรียนก็เถอะ เพราะบางคนเนี่ยกว่าเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะปล่อยตัวเข้าประเทศ โดนกักตัวไว้ทั้งวันเลยก็มีค่ะ ! บางทีเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอาจจะขอตรวจค้นกระเป๋าเดินทางด้วยอีกต่างหาก โดยส่วนมากแล้ว คนที่มักถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกักตัวเอาไว้เพื่อสอบถาม มักเป็นคนที่เข้าข่ายตามนี้ค่ะ - ถ้าเป็นผู้หญิง ก็ประเภทที่แต่งหน้าจัดๆ แต่งตัวสีฉูดฉาดเว่อร์ๆ หน้าตาค่อนข้างโอเค เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอาจจะคิดว่าคุณมาค้าประเวณีก็ได้ (ใครสวยก็ซวยไป) - แต่งตัวปอนๆ โทรมๆ ดูไม่น่าเชื่อถือว่าจะมีเงินมาท่องเที่ยวในต่างประเทศ - คนที่พาสปอร์ตหน้าขาวโล่ง ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อน - พกเงินมาน้อยเกินเหตุ เช่น น้องๆ บางคนบอกว่าจะมาเรียนภาษาที่อเมริกา 6 เดือน แต่พกเงินมาแค่ 1,000 USD หรือประมาณ 3 หมื่นบาท ก็ถือว่าน่าสงสัยนะคะ เพราะ 3 หมื่นบาทที่อเมริกานั้นใช้แค่เดือนสองเดือนก็หมดแล้ว เลยน่าสงสัยว่า พกเงินมาน้อยขนาดนี้ กะจะไปทำงานหาเงินเอาดาบหน้ารึเปล่าเนี่ย - พกนามบัตรของคนที่มีกิจการในอเมริกา ถ้าพกไว้ใบสองใบยังไม่น่าสงสัยเท่าไหร่ แต่บางคนนี่พกมาเป็นสิบๆ ใบ ยิ่งน่าสงสัยว่าจะหลบหนีเข้ามาทำงานแน่ๆ - ทำตัวมีพิรุธ หลบสายตาเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พูดจาอึกๆ อักๆ ไม่กล้าสู้หน้า เหมือนคนกำลังหลบความผิด - มีประวัติการเดินทางไปประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยเฉพาะน้องๆ ที่จะเดินทางไปยังอเมริกา ถ้าใครเคยไปเที่ยวอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน หรือแถบตะวันออกกลางมาแล้วมีตราประทับบนพาสปอร์ต แนะนำให้ไปทำพาสปอร์ตใหม่เลยค่ะ เพราะอเมริกากับประเทศแถบนั้นเค้าไม่ค่อยจะถูกกัน
หากน้องๆ ดันไปเข้าข่ายแบบที่ พี่เป้ เขียนข้างต้นล่ะก็ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมักจะขอกักตัวน้องๆ เอาไว้เพื่อสอบสวนก่อนค่ะ และแน่นอนว่า หากสอบสวนไปสอบสวนมา เค้าพบพิรุธแปลกๆ ล่ะก็ เราอาจจะถูกส่งตัวกลับไทยเลยก็ได้ !!! ฟังดูสยดสยองน่ากลัวใช่มั้ยล่ะคะ เอ๊ แล้วจะทำยังไงไม่ให้โดนส่งกลับล่ะ ??? สัปดาห์หน้า พี่เป้ จะเอาทริกเด็ดในการตอบคำถามเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ผ่านฉลุยมาฝาก ห้ามพลาดล่ะ
|