Home บทความเรียนต่อนอก อเมริกา
ศึกษาต่อต่างประเทศ
:::สนใจติดต่อลงโฆษณากับเว็บไซต์วิชาการดอทคอม ติดต่อได้ที่ 02-9620127:::ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนนอก จะไปต่อประเทศไหนดี ดูได้ที่นี่เลย abroad ^_^:::
อเมริกา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย น้ำแข็งขั้วโลก   
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2010 เวลา 09:53 น.

United States of America

 

สหรัฐอเมริกา (อังกฤษ: United States of America) หรือมักย่อว่า สหรัฐ หรือ อเมริกา เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนติดต่อ กับแคนาดาทางทิศเหนือ และเม็กซิโกทางทิศใต้ ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีดินแดนบางส่วนในแคริบเบียน และมหาสมุทรแปซิฟิกอีกด้วย

สหรัฐอเมริกามีพื้นที่ขนาด 9.63 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 308 ล้านคน ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 หรือ 4 ของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เป็นประเทศซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายในเชื้อชาติและวัฒนธรรม อันเป็นผลมาจากการอพยพจากหลายประเทศ[7] เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นเศรษฐกิจระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2551 กว่า 14.4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ (อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 15 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ)[3]

 

แผนที่


 


ภาษา
สหรัฐอเมริกาไม่มีการกำหนดภาษาราชการ แต่ในทางปฏิบัติภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศ ในบางรัฐได้มีการกำหนดภาษาทางการของรัฐ นอกจากนี้ภาษาที่มีใช้กันมากในสหรัฐอเมริกามากกว่าหนึ่งล้านคน ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม และ ภาษาเยอรมัน


การศึกษา
ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกาควบคุมโดยแต่ละรัฐแยกจากกัน เด็กทุกคนจะถูกให้เรียนจบในระดับไฮสคูล และจบในระดับชั้นเกรด 12 หรือเทียบเท่า โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้ลูกเรียนที่โรงเรียนรัฐบาล หรือโรงเรียนเอกชน นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองบางกลุ่ม ที่สอนให้ลูกเรียนด้วยตนเองที่บ้านหรือในชุมชนซึ่งเรียกลักษณะนี้ว่าโฮมสกูล ภายหลังจากจบการศึกษา นักเรียนสามารถเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในมหาวิทยาลัยรัฐหรือมหาวิทยาลัยเอกชน โดยนักเรียนสามารถกู้เงินจากทางธนาคารหรือหน่วยงานราชการสำหรับจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนในระดับนี้ และจ่ายคืนภายหลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ค่าเรียนจะแพงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ ในขณะที่คุณภาพของมหาวิทยาลัยบางแห่งเทียบเท่า ดีกว่า หรือด้อยกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ นอกจากนี้นักเรียนสามารถเลือกเรียนในวิทยาลัยชุมชนที่ค่าเรียนถูกกว่าทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในช่วง 2 ปีแรก และโอนหน่วยกิตไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอื่นในช่วงต่อมาได้ มหาวิทยาลัยที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาเช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นต้น สหรัฐอเมริกามีอัตราการอ่านออกเขียนได้ค่อนข้างต่ำ โดยมีค่า 86-98% ของประชากรที่อายุมากกว่า 15 ปี


วัฒนธรรมและอาหาร
แฮมเบอร์เกอร์ อาหารประจำชาติสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ตลอดเวลา อาหารในประเทศจึงมีความหลากหลาย โดยอาหารพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา หรืออาหารชาวอินเดียนแดง คืออาหารที่มีส่วนประกอบของ ไก่งวง มันสำปะหลัง ข้าวโพด และฟักทอง โดยในปัจจุบันจากการอพยพจากประชากรจากฝั่งยุโรปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในส่วนของอาหารอเมริกัน ซึ่งได้แก่อาหารหลายประเภท เช่น พายแอปเปิล พิซซา ชาวเดอร์ พาสตา แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก แซนด์วิช และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่อพยพมาจากทางประเทศเม็กซิโก ซึ่งอาหารประเภท เบอร์ริโต และ ทาโก ได้เป็นอาหารหลักในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้อาหารชาติอื่น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิของญี่ปุ่น หรือติ่มซำของจีน รวมไปถึงอาหารไทยเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน


ภูมิอากาศ
สหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเขต เนื่องจากภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ โดยทั่วไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทยเนื่องจากสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทางแถบตะวันออกของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะมีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก แสงแดดค่อนข้างมาก

ฤดูกาล มี 4 ฤดูกาล คือ

ฤดู                                 ช่วงเวลา
ฤดูร้อน           อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง     อยู่ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน เป็นฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด
ฤดูหนาว         อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ     อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม

ลักษณะอากาศของแต่ละเขตแตกต่างกันไป เช่นในฤดูร้อน อากาศด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณทะเลทรายอุณหภูมิ เกือบเท้าแถบ เส้นศูนย์สูตร ส่วนฤดูหนาวในเขตทางตอนเหนือ ก็จะหนาวจัดจนหิมะ ตกหลายเดือน แถบที่อากาศอบอุ่นสบายไม่มีหิมะคือที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และอริโซน่า ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเปลี่ยน สีสันสวยงามมาก อากาศหนาว เว้นแต่ในมลรัฐฮาวาย และมลรัฐฟลอริดา หนาวเย็นมากที่บริเวณขั้วโลกเหนือในมลรัฐอะแลสกา บริเวณที่ราบด้านตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi) จะค่อนข้างแห้งแล้ง และมีความแห้งแล้งมากบริเวณที่ลุ่มภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะมีอากาศดีขึ้นเป็นครั้งคราวในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดยจะได้รับความอบอุ่นจากลมของเนินเขาด้านตะวันออกของเทือกเขาร๊อกกี้

หมายเหตุ : ในฤดูใบไม้ร่างจะมีการหมุนเข็มนาฬิกา ให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรก ของเดือนเมษายน

 

อัตราเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ (United States Dollar) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 100 เซนต์ (cents)

สหรัฐเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่นเช่น ดอลลาร์สิงคโปร์, ดอลลาร์ฮ่องกง, ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป

ชื่อเล่นที่ชาวสหรัฐเรียก 1 เซนต์ ว่า "เพนนี" (penny), 5 เซนต์ ว่า "นิกเกิล" (nickel), 10 เซนต์ ว่า "ไดม์" (dime), 25 เซนต์ ว่า"ควอเตอร์"(quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ($1)ว่า "บั๊ก" (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ($1000) ว่าแกรนด์ (grand)

 

มหาวิทยาลัยในอเมริกา

http://www.cornell.edu : Cornell University

http://www.nyu.edu : New York University

http://www.nyit.edu : New York Institute of Technology

http://www.columbia.edu : Columbia University

http://www.rochester.edu : University of Rochester

http://www.uchicago.edu : The University of Chicago

http://www.mit.edu : Massachusetts Institute of Technology, MIT

http://www.uml.edu : University of Massachusetts Lowell

http://www.wharton.edu : The Wharton School of the University of Pennsylvania

http://www.northwestern.edu : Northwestern University

http://www.lindenwood.edu : Lindenwood University, St.Charles, Missouri

http://www.yale.edu : Yale University

http://www.berkeley.edu : University of California, Berkeley

http://www.studyenglish.com : Boston School of English

http://www.american.edu : American University

http://www.snhu.edu : Southern New Hampshire University,Manchester

http://www.ccsn.nevada.edu : Community College of Southern Nevada มีชื่อด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว

http://www.stanford.edu : Stanford University

http://www.hbs.edu : Harvard Business School

http://www.umich.edu : University of Michigan

http://www.usfca.edu : มหาวิทยาลัยซานฟานซิสโก รัฐแคลิฟอเนีย

http://www.fontbonne.edu : Fontbonne University, St. Louis, Missouri

http://www.wiu.edu : Western University, มีทุนเรียนโทฟรี

http://www.duke.edu : Duke University

http://www.ohio-state.edu : Thai Student Association at The Ohio State University

http://www.asu.edu : Arizona State University

http://www.umd.edu : สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกา University of Maryland - College Park

http://www.utexas.edu : University of Texas--Austin

http://www.athenian.org : สถาบันศึกษามัธยมตอนปลาย (College Prep School) ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย

 

การขอวีซ่านักเรียนของอเมริกา
สืบเนื่องจากการขอวีซ่านักเรียนเพื่อศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกามีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทางสถาบันจึงขอแนะ นำให้ศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ด้านล่าง อย่างไรก็ตาม สถาบันเราขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดี และเตรียมเอกสารให้พร้อมทุกอย่างก่อนวันนัดสัมภาษณ์ห้ามขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่งโดยเด็ดขาด และขอแนะนำให้ตอบสัมภาษณ์ตามความเป็นจริง เอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการขอวีซ่ามีดังต่อไปนี้

• หนังสือเดินทาง ที่มีอายุอย่างน้อยหกเดือนหลังจากวันสมัครวีซ่า หากท่านมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า หรือหนังสือเดือนทางเล่มอื่นที่มีวีซ่า สหรัฐฯ ท่านสามารถนำมายื่นในวันสัมภาษณ์ได้ โดยประวัติการ ออกวีซ่าสามารถใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
• รูป ถ่าย ผู้สมัครวีซ่าจะต้องยื่นรูปถ่าย 1 รูป (สี หรือ ขาวดำ) พื้นหลังขาว ขนาด 50 X 50 มม. ( 2 X 2 นิ้ว) สัดส่วนใบหน้าต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ หน้าตรงและเห็นหูทั้งสองข้าง โดยรูปถ่าย จะต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
• แบบฟอร์ม I-20 ที่ออกให้โดยสถานศึกษาในสหรัฐฯ กรุณากรอกแบบฟอร์มและลงชื่อใน I-20
• หลักฐานการศึกษาเดิม ผู้สมัครวีซ่าควรนำใบแสดงผลการเรียนฉบับจริงของสถานศึกษาเดิม สำหรับ ผู้ สมัครที่ไม่ได้สมัครวีซ่านักเรียนหลังจากจบการศึกษาทันทีอาจเตรียมเอกสารที่แสดงถึงการทำงานในปัจจุบัน
• หลักฐานทางการเงิน ผู้สมัครวีซ่าควรยื่นหลักฐานการเงินที่สมบูรณ์ ที่สามารถแสดงได้ว่าตนมีทุนทรัพย์ เพียงพอ สำหรับค่าเล่าเรียนและที่พักขณะที่ อยู่ในสหรัฐฯ โดยอาจยื่นสมุดบัญชี ออมทรัพย์ บัญชีกระแส ราย วัน บัญชีเงินฝากประจำ หรือเอกสารแสดงทรัพย์สินของผู้สนับสนุนทางการเงินของท่านได้ ท่านควรยื่น เอกสารต้นฉบับ แผนกกงสุลไม่มีความจำเป็นต้องเก็บสำเนาของเอกสารเหล่านี้
• หลักฐานที่แสดงถึงการมีถิ่นพำนักถาวรภายนอกสหรัฐฯ การสมัครวีซ่านักเรียนถือเป็นการสมัครวีซ่าประเภท ชั่วคราว ก่อนการอนุมัติวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครต้องสามารถพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่าตนไม่มีความตั้งใจจะ อยู่ในสหรัฐฯ เป็นการถาวร โดยผู้สมัครต้องสามารถแสดงหลักฐานที่แสดงถึงความผูกพันทางครอบครัว เศรษฐกิจ สังคมภายนอกสหรัฐฯ โดยการมีญาติ นายจ้าง หรือเพื่อน ไม่สามารถเป็นหลักประกันได้ ไม่ว่าใคร จะเป็นผู้สนับสนุนการเดินทาง เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาสถานการณ์เฉพาะบุคคลของผู้สมัครวีซ่าว่ามี คุณสมบัติได้รับวีซ่าด้วยตนเองหรือไม่ โปรดทราบว่าเจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาอนุมัติวีซ่าให้เป็นไปตาม กฎหมายว่า ด้วยการเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act – INA) โดยกฎหมายได้ บัญญัติไว้ว่า “เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใดยื่นความจำนงในการสมัครวีซ่า ภาระในการพิสูจน์ว่าบุคคลนั้น มีคุณ สมบัติจะอยู่ที่ตัวผู้สมัคร” กฎหมายการเข้าเมืองสหรัฐฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่กงสุลต้องปฏิเสธการอนุมัติวีซ่า แก่ผู้สมัครที่ไม่สามารถ แสดงหลักฐานได้ว่าตนไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการถาวร
• ค่าธรรมเนียม 100 ยูเอสดอลล่าห์ (ซึ่งจะไม่ได้รับคืน แม้จะโดนปฎิเสธวีซ่า)

ข้อมูลเพิ่มเติม :
http://thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/visa-appointments/student-visas.html

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 04 พฤษภาคม 2010 เวลา 13:04 น.
 

Comments  

 
0 #3 กำลังจะไปอเมริกาค้ะ 2011-09-12 20:12
พอดีอยากรู้ว่าถ ้าจะเรียนต่อม.1ที่อเมริกาเนี่ย มันต้องเตรียมตั วอย่างไรบ้างหรอ ค้ะพอดีจะไปเรีย นต่อค้ะ
มแล้วไปวันเเรกจ ะมีเพื่อนๆคุยมั ้ยค้ะอยากรู้
นู๋กลัวนู๋พูดภา ษาอังกฤษไม่คอยเ ก่ง
แต่พอดีแม่มีแฟน เปนคนอเมริกาพอด
แต่ไม่ทราบว่าอเ มริกปล่อยผมไปโร งเรียนได้หรือป่ าวค้ะ
ขอบคุนนะค้ะ
Quote
 
 
0 #2 jack 2011-09-07 17:43
ติดต่อเรา สำหรับชนิดของเง ินให้กู้ยืมโดยม ีหรือไม่มีหลักป ระกันใด ๆ
ทั้งหมดของ ลูกค้าที่สนใจ shojld
ไปข้างหน้ามีโปร แกรมให้เราผ่านท างอีเมลของ บริษัท ที่ :
jackdukeservice หากสนใจกรอกแบบฟ อร์ม application
และได้รับกลับมา หาเรา ...

{กู้ข้อมูล ข้อมูล} :

ชื่อ เต็มของคุณ :
: อีเมล์ของคุณ
หมายเลขโทรศัพท์ มือถือ :
จำนวนเซลล์ :
หมายเลขโทรสาร :
ที่อยู่ของคุณ
ประเทศของท่าน :

คุณมีบัญชี :
ยอดเงินในบัญชี :
วันเกิด :
รายได้ต่อเดือน :
สถานภาพ :
ออฟไลน์เพศ :
แหล่งที่มาของกา รชำระหนี้ :

คุณได้ใช้ก่อน :
จำนวนเงินกู้ที่ จำเป็น :
ระยะเวลาเงินกู้
วัตถุประสงค์ของ เงินกู้
คุณทราบเกี่ยวกั บเรา :
ขอบคุณสำหรับควา มเข้าใจและเวลาข องคุณในการทำธุร กรรมเงินกู้ :
Quote
 
 
0 #1 piwie 2011-05-23 17:18
Envision MBA เป็นบริษัทที่รั บปรึกษาและวางแผ นกลยุทธการเรียน ต่อต่างประเทศระ ดับมืออาชีพค่ะ
โดยจะช่วยประเมิ นความสามารถทางภ าษา แนะนำมหาวิทยาลั ยที่เหมาะสมแก่น ักเรียน สร้าง RESUME ของผู้สมัครให้โ ดดเด่นและบริการ ตรวจแก้ Essay โดยทีมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยชั้น นำในอเมริกา อาทิเช่น Stanford, UCLA เลยทีเดียว

Envision MBA มีประสบการณ์ผลั กดันนักเรียนจาก ทั่วเอเชียให้ได ้เข้าเรียนมหาวิ ทยาลัยชั้น นำทั่วโลกตั้งแต่ปี 2003 เรื่อยมาร่วมร้อ ยชีวิต แน่นอนว่า มีคนไทยหลายคนขอ งเรารวมอยู่ในจำ นวนนั้นด้วย

ติดต่อ www.envisionmba.com เพื่อการแนะแนวอ ย่างมืออาชีพระด ับภูมิภาคเอเชีย
หรือสอบถามข้อมู ลเพิ่มเติมกับที มงานชาวไทยได้ที
Tel 084-435-8242
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh